สาส์นจากผู้แทนอัลมุศฏอฟาประจำประเทศไทย วาระครบรอบ43 ปี การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน

49

สาส์นจากผู้แทนองค์การศึกษาอิสลามนานาชาติอัลมุศฏอฟาประจำประเทศไทย วาระครบรอบ43 ปี การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน

ด้วยพระนามแห่งอัลลอฮ์ ผู้ทรงเมตตา ผู้ทรงกรุณายิ่งเสมอ

بِسْمِ اللَّهِ الرَّحْمَنِ الرَّحِيمِ

وَالْفَجْرِ ﴿۱﴾ وَلَيَالٍ عَشْرٍ ﴿۲﴾ وَالشَّفْعِ وَالْوَتْرِ ﴿۳﴾ وَاللَّيْلِ إِذَا يَسْرِ ﴿۴﴾…

ขอสาบานด้วยยามรุ่งอรุณ(1) และด้วยค่ำคืนทั้งสิบ(2) และด้วยสิ่งที่เป็น คู่ และที่เป็นคี่(3) และด้วยเวลากลางคืนเมื่อมันโคจรไป(4)..

อัลฮัมดุลิ้ลละฮ์ที่เราได้เห็นรุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ของอิสลามอีกครั้ง ขอแสดงความปิติยินดีแก่ทุกท่านเนื่องในวาระครบรอบสี่สิบสามปีกับการเบ่งบานแห่งรุ่งอรุณของการปฏิวัติอิสลาม ซึ่งบรรจบครบรอบตรงกับวันที่หนึ่งของเดือนรอญับอันจำเริญ และวันประสูติอิมามท่านที่ห้า อิมามบาเกร (อ.) อีกทั้งตรงกับวันพฤหัสแรกของเดือนรอญับ กล่าวคือ เป็นค่ำคืนแห่ง ลัยละตุรรอฆออิบ

แต่ละวาระโอกาสทั้งสี่นี้ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงในการค้นคว้า แต่เนื่องจากเวลาอันจำกัดนี้จึงไม่อาจกล่าวเนื้อหาได้มากนัก เพราะ “คำพูดที่ดีที่สุดนั้นคือสั้นแต่ได้ใจความ” บนพื้นฐานนี้ การพูดถึงการปฏิวัติอิสลามคือการพูดถึงรากฐานของอิสลาม เหมือนดังที่การพูดถึงการปฏิวัติอสิลาม คือการพูดถึงช่วงอีดต่างๆ ของเดือนรอญับ ลัยละตุรรอฆออิบ และวโรกาสอื่นๆ เมื่อการปฏิวัติอิสลามปรากฏขึ้นสิ่งที่ตามมาคือ เสรีภาพ อิสรภาพ งานฉลองและความสุขที่แท้จริง ความปิติยินดีทั้งหมดก็มีชีวิตชีวาขึ้น

ช่วงสิบวันแห่งรุ่งอรุณของการปฏิวัติอิสลาม เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 เดือนบะฮ์มัน ปี 1357 ด้วยกับการกลับมาของอิมามโคมัยนีสู่ประเทศอิหร่าน จนถึงวันที่ 22 เดือนบะฮ์มันปีเดียวกันนี้ โดยที่ในวันที่ 22 เดือนบะฮ์มัน สิ่งที่เกี่ยวข้องเกือบทั้งหมดกับการปฏิวัติที่แท้จริงหนึ่งนั้นได้รับการจัดระเบียบขึ้นแล้วเสร็จในอิหร่านโดยปราศจากการรัฐประหาร การจลาจลและแม้แต่การปฏิรูป

การขับเคลื่อนที่หนักหน่วงและลำบากทั้งหมดที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นไม่อาจมีขึ้นได้หากปราศจากผู้นำที่ฉลาด ประชาชนที่เข้าใจและซื่อสัตย์ พวกเขารู้เป็นอย่างดีว่าจะพิสูจน์ความซื่อสัตย์ของพวกเขาต่อท่านผู้นำการปฏิวัติอิสลามอย่างไร

วันแรกของช่วงสิบวันแห่งรุ่งอรุณของการปฏิวัติอิสลามเป็นวันที่ประชาติอิหร่านออกมาต้อนรับอิมามโคมัยนี (รฎ.) ที่สุสานเบเฮชเตซะฮ์รออย่างล้นหลาม ทำให้ศัตรูของอิสลามและการปฏิวัติอิสลามนั้นสิ้นหวัง พวกเขาได้แสดงให้ผู้นำของตนประจักษ์ว่าพวกเขาจะยืนหยัดในการจัดตั้งและสถาปนาระบอบการปกครองอิสลามขึ้นจนลมหายใจสุดท้าย และประชาชาติที่ยิ่งใหญ่นี้ได้พิสูจน์การยืนหยัดของพวกเขาให้เป็นที่ประจักษ์ตลอดช่วงสงครามปกป้องอันศักดิ์สิทธิ์ 8 ปี และสงครามยัดเยียดต่อประชาชาติอิหร่านผู้ถูกกดขี่

ในวันที่ 12 เดือนบะฮ์มัน ปี 1357คลื่นมหาชนกว่าสิบล้านคนได้หลั่งไหลกันออกมาให้การต้อนรับอิมามโคมัยนี (รฎ.) ที่สุสานเบเฮชเตซะฮ์รอ จากนั้น 10 ปี ในวันที่ 14 เดือนโครดอด ณ. สถานที่แห่งนี้ กล่าวคือ สุสานเบเฮชเตซะฮ์รอผู้คนนับล้านได้ออกมาร่วมส่งอำลายังสุสานของท่าน

การเป็นผู้นำของอิมามโคมัยนี (รฎ.) ถือเป็นผู้นำแห่งฟากฟ้าและผู้นำแห่งพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้การปฏิวัติอิสลามจึงแตกต่างไปจากการปฏิวัติฝรั่งเศสและการปฏิวัติอื่นๆที่ยิ่งใหญ่ในโลก ที่ไม่หลอกลวงลูกหลานของตนเองและไม่ทรยศสิทธิอันชอบธรรมของพวกเขา กระทั่งปัจจุบันการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ทางจิตวิญญาณนี้ไม่เคยอ้างและมีแนวคิดปฏิเสธผู้อื่นมองเพียงสถานการณ์ต่างๆ ที่เป็นบวกเท่านั้น กล่าวคือ การขยายและเผยแพร่จริยธรรมอันสูงส่งอีกทั้งต่อต้านความอหังการ ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้อาจเป็นเรื่องหนักและไม่พอใจสำหรับชาติมหาอำนาจที่ต้องการครอบงำและอหังการ

นัศรุลลอฮ์ สิคอวะตี

ผู้แทนญามิอะตุลมุศฏอฟา อัลอาละมียะฮ์

เอเชียอาคเนย์-ประเทศไทย