สรุปประเด็นสำคัญ “คุตบะห์นมาซวันศุกร์” ณ เมืองกุม ประเทศอิหร่าน

40

สรุปประเด็นสำคัญ “คุตบะห์นมาซวันศุกร์” ณ เมืองกุม ประเทศอิหร่าน

คุตบะห์นมาซวันศุกร์ ณ เมืองกุม ประเทศอิหร่าน (ศุกร์ที่ 21 มกราคม 2022 )โดย อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด มุฮัมมัด สะอีดี

องค์ประกอบของความยำเกรง (ตักวา) กับภารกิจของเรานั้นมีค่ามาก เราต้องเป็นผู้ที่เคร่งในศาสนา มีความยำเกรงในทุกการกระทำของเรา หากไม่เพียรพยายามในหนทางของพระเจ้าแล้ว เราก็จะประสบปัญหา การไม่ปฏิบัติหน้าที่และขาดความรับผิดชอบ ก็จะเกิดอันตรายต่อตัวเราเอง

อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด มุฮัมมัด สะอีดี ได้กล่าวเนื่องในวาระคล้ายวันถือกำเนิดของท่านหญิงฟาตีมะห์ (อ) ว่า ท่านศาสดามุฮัมมัด (ซล) กล่าวว่า นูรของบุตรีของฉัน มาจากนูรของพระผู้เป็นเจ้า เหนือกว่าชั้นฟ้าทั้งหลายและแผ่นดิน ท่านหญิงฟาตีมะห์ เป็นสำนักคิดหนึ่งเดียวในการปลดปล่อยมนุษย์ ช่วยให้มนุษย์พบกับความผาสุกและพบกับความรุ่งโรจน์อย่างแท้จริง

อิมามนำนมาซวันศุกร์แห่งเมืองกุม ได้อธิบายว่า ท่านหญิงฟาตีมะห์ (อ) ควรเป็นแบบอย่างสำหรับเราในทุกๆด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่อง อิฟฟัต ( ความบริสุทธิ์ รักเนื้อสงวนตัว มีคุณธรรม) และฮิญาบ (การแต่งตัวตามหลักการอิสลาม) ซึ่งบรรดาสตรีของเราควรถือปฏิบัติเป็นแบบอย่าง และหนุนเสริมอุดมการณ์ของท่านหญิงฟาตีมะห์ (อ)

ในคตุบะห์ที่สอง อยาตุลเลาะห์ ซัยยิด มุฮัมมัด สะอีดี ได้ชี้ให้เห็นถึงประเด็นที่ ประธานาธิบดีอิหร่าน สัยยิด อิบรอฮีม ระอีซี เยือน รัสเซีย ว่า อิหร่านและรัสเซียแบ่งปันผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์ในด้านต่างๆ พร้อมทั้งพัฒนาความสัมพันธ์ ซึ่งได้รับการเน้นย้ำโดยทั้งสองประเทศนี้ ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของการพิจารณาที่สำคัญมาก

อิมามนำนมาซวันศุกร์เมืองกุม ได้กล่าวถึง คำสั่งของผู้นำสูงสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับต่างประเทศ และอธิบายว่า ผู้นำสูงสุดให้ความสำคัญในการสร้างสัมพันธ์กับ ประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศมุสลิม และตามคำสั่งของผู้นำการปฏิวัติอิสลามแล้ว รัสเซียนับเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้นๆ มีชาวมุสลิมอยู่ถึง 25 ล้านคน ขณะเดียวกันประเทศนี้ก็ถือว่าอยู่ในตำแหน่งและจุดยืนต่างๆที่ เหมือนกับอิหร่าน

อยาตุลลอฮ์ สะอีดี กล่าวเสริมว่า อีกเหตุผลหนึ่งสำหรับการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเตหะรานและมอสโกก็คือการทำลายมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกที่กดขี่และโง่เขลา โดยเฉพาะอเมริกา และการทำลายมาตรการคว่ำบาตรนี้ต้องอาศัยสองปีก ประการแรกคือ ใช้ความสามารถภายในด้วยวิสัยทัศน์ก้าวไกล ประการที่สอง ใช้ประโยชน์จากขีดความสามารถของประเทศต่างๆอย่างเหมาะสม และทั้งสองอย่างนี้ได้รับการเน้นย้ำโดยผู้นำสูงสุดของการปฏิวัติอิสลาม

ความสัมพันธ์ของเรากับรัสเซีย สามารถทำลายมาตรการคว่ำบาตรได้ในระดับหนึ่ง เรามีผลประโยชน์และภัยคุกคามร่วมกันกับรัสเซีย ซีเรีย คอเคซัส ทะเลแคสเปียน ฯลฯ ซึ่งรวมถึงผลประโยชน์ และภัยคุกคาม เช่น การคว่ำบาตรจากตะวันตกและอเมริกา เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นกับทั้งสองประเทศ

รัสเซียต้องการความช่วยเหลือจากอิหร่านเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ในอ่าวเปอร์เซีย และรัสเซียเป็นประเทศที่เป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงและมีบทบาทสำคัญในสนธิสัญญาระดับภูมิภาคและเป็นสมาชิกหลักของสหภาพแรงงาน

อิมามนมาซวันศุกร์แห่งเมืองกุมได้กล่าวถึงประเด็นที่ ประธานาธิบดี สัยยิด อิบรอฮีม ระอีซี นมาซ ในพระราชวังเครมลิน ว่า:หนึ่งในไฮไลท์ของการเดินทางครั้งนี้คือ การนมาซของสัยยิด อิบรอฮีม ระอีซี ในพระราชวัง เครมลินในระหว่างการประชุมสนทนากับปูติน ด้วยการนมาซนี้ ได้แสดงให้เห็นว่าการสนทนากับพระผู้เป็นเจ้านั้น มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด การนมาซนี้แสดงให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของเรามีความมุ่งมั่นในทางปฏิบัติ และถือว่าการนมาซเป็นเสาหลักของศาสนาในทุกกรณี ดังที่อิมามบากิร (อ) กล่าวว่า สิ่งแรกที่จะถูกสอบสวนจากพระผู้เป็นเจ้าคือการนมาซ

นอกจากนั้น สัยยิด อิบรอฮีม ระอีซี ยังได้ยึดปฏิบัติตามแบบฉบับของท่านอิมามริฎอ (อ) เมื่อมีการถกประเด็นวิชาการระหว่างท่านอิมามริฎอ (อ) กับนักวิชาการที่ไม่ใช่มุสลิม และเมื่อถึงเวลานมาซ ท่านอิมามกล่าวว่า ถึงเวลานมาซแล้ว ทั้งๆที่นักวิชาการที่ไม่ใช่มุสลิมกำลังสนใจในเนื้อหาการสนทนาเป็นอย่างมาก แต่ท่านอิมามกล่าวว่า ลำดับแรกคือการนมาซ และต่อด้วยการสนทนาวิชาการ

การนมาซของ สัยยิดอิบรอฮีม ระฮีซี ในพระราชวังเครมลิน แสดงให้เห็นว่าเขากำลังรักษาสัญญาของเขากับพระผู้เป็นเจ้าด้วยกับการนมาซต้นเวลา และเมื่อบุคคลดังกล่าวได้ยึดมั่นในสัญญากับพระผู้เป็นเจ้าแล้ว เขาก็จะรักษาสัญญาของเขาในทุกการเจรจา

อิมามนำนมาซวันศุกร์แห่งเมืองกุม กล่าวถึงการบิดพลิ้วสัญญาของชาติตะวันตก ว่า ชาวตะวันตกที่ไม่ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาของตน เพราะพวกเขาไม่มีศาสนา การหยุดพักการสนทนาและการนมาซต้นเวลาของประธานาธิบดีระอีซี ในขณะนั้นแสดงให้เห็นว่า เราไม่ได้พึ่งพาตะวันออกหรือยึดติดกับตะวันตก แต่เราพึ่งพาและเชื่อมั่นในพระผู้เป็นเจ้าอย่างแท้จริง