คุณสมบัติของผู้ศรัทธา ตอนที่2

18

คุณสมบัติของผู้ศรัทธา ตอนที่2

คุณสมบัติพิเศษ 5 ประการของผู้ยำเกรงเมื่อพิจารณาจากความศรัทธา และการกระทำ

1.ศรัทธาต่อสิ่งเร้นลับ

อัล-กุรอาน กล่าวว่า ศรัทธาในสิ่งเร้นลับ ซึ่งสิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผยเป็นสองสิ่งที่อยู่ตรงกันข้าม โลกที่เปิดเผยหมายถึงโลกที่สัมผัสได้ด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า ส่วนโลกแห่งความเร้นลับ หมายถึงสิ่งที่พ้นญาณวิสัยและอยู่เหนือความรู้สึก ในเชิงภาษาหมายถึง สิ่งปิดบังซ่อนเร้น ด้วยเหตุนี้โลกที่อยู่เหนือความรู้สึกจึงเรียกว่าเป็นโลกแห่งความเร้นลับ อัล-กุรอานกล่าวว่า พระองค์ผู้ทรงรอบรู้สิ่งเร้นลับและสิ่งเปิดเผยพระองค์ คือ ผู้ทรงกรุณาปรานีผู้ทรงเมตตาเสมอ

มีความเชื่อมั่นว่าการมีอยู่ของมวลสรรพสิ่งทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นโดยพระผู้ทรงสร้างโลก ผู้ทรงรอบรู้ ผู้ทรงเกรียงไกร พระองค์ทรงเป็นแรกเริ่มและนิรันดร์ พระองค์ไม่ทรงสูญสิ้นหรือดับสลาย ทว่าพระองค์ครอบคลุมเหนือโลกและจักรวาลที่แผ่ไพศาล การศรัทธาต่อสิ่งที่เร้นลับเป็นความแตกต่างประการแรกระหว่างผู้ที่เป็นมุสลิมกับผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม เนื่องจากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิมส่วนใหญ่จะยอมรับและศรัทธาต่อสิ่งที่ตนสามารถสัมผัสได้ โลกและกฎเกณฑ์ทางธรรมชาติไม่ได้ถูกอุบัติขึ้นโดยพระผู้สร้างแต่อย่างใด หลังจากความตายแล้วทุกอย่างก็ถือว่าจบสิ้น ร่างกายและอวัยวะทุกส่วนจะเน่าเปื่อยผุสลายกลายเป็นดินซึ่งเป็นกฎทางธรรมชาติ และมนุษย์จะไม่มีการดำรงชีวิตอีกต่อไป สำคัญไปกว่านั้นมนุษย์กับสัตว์ไม่มีความแตกต่างกันในด้านสรีระเพราะทั้งสองต้องประสบกับความตาย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างกับผู้ที่ศรัทธาในสิ่งที่เร้นลับ ซึ่งอยู่เหนือมิติของการสัมผัส พวกเขาจะมีความระมัดระวังต่อการกระทำและความประพฤติอย่างยิ่ง

  1. สัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้า

คุณสมบัติอีกประการหนึ่งของผู้ที่มีความยำเกรงคือ จะดำรงนะมาซเสมอ เนื่องจากเชื่อว่านะมาซ คือรหัสแห่งความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระผู้เป็นเจ้า สำหรับบุคคลที่มีความศรัทธาต่อสิ่งที่อยู่เหนือมิติของการสัมผัส จะพยายามสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างตนกับพระผู้อภิบาลและรักษาไว้อย่างดี เขาจะไม่ยอมนอบน้อมต่อพระเจ้าจอมปลอมหรือยอมจำนนต่อผู้กดขี่ ดังนั้น ผู้ที่พยายามสร้างความสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้าอย่างน้อยวันละ 5 ครั้ง รำลึกและสารภาพความในใจต่อพระองค์ ความคิดและการกระทำของเขาจึงเป็นของพระองค์ และเพื่อความใกล้ชิดพระองค์

  1. สัมพันธ์กับมนุษย์

บรรดาผู้ยำเกรงนอกจากจะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและต่อเนื่องกับพระผู้เป็นเจ้าแล้ว พวกเขายังมีความสัมพันธ์กับสิ่งถูกสร้างของพระองค์ อัล-กุรอานจึงกล่าวถึงคุณสมบัติของพวกเขาว่า ความโปรดปรานทั้งหลายที่พระองค์ประทานให้ พวกเขาได้บริจาคไปบนหนทางของพระองค์ สิ่งที่น่าสังเกตคือ อัล-กุรอานไม่ได้กล่าวว่า พวกเขาได้บริจาคทรัพย์สินของพวกเขา ทว่ากล่าวว่า พวกเขาได้บริจาคสิ่งที่เราประทานให้ ฉะนั้น จะเห็นว่าการบริจาคครอบคลุมทั้งความโปรดปรานที่เป็นวัตถุและจิตใจ

ด้วยเหตุนี้ จะเห็นว่าผู้ที่มีความยำเกรงนั้นไม่ได้บริจาคเฉพาะทรัพย์สินภายนอก ทว่าความรู้ ความสามารถ สติปัญญา พละกำลังทั้งทางร่างกายและจิตใจตลอดจนสถานภาพทางสังคม หรืออีกนัยหนึ่งคือทุกสิ่งที่เป็นทรัพย์ของตนได้บริจาคไปบนหนทางของพระผู้เป็นเจ้า โดยไม่ได้มุ่งหวังการตอบแทน ท่านอิมาม ซอดิก (อ.) ได้อธิบายประโยค พวกเขาได้บริจาคสิ่งที่เราประทานให้ ว่าพวกเขาได้บริจาคกระทั่งความรู้ความสามารถที่ร่ำเรียนมาแก่ผู้ที่มีความต้องการ

โดยทั่วไปเข้าใจว่าการบริจาคนั้นเฉพาะแค่เรื่องทรัพย์สินอย่างเดียว แต่เมื่อพิจารณาฮะดีซข้างต้นจะพบว่าการบริจาคไม่ได้เจาะจงแค่เรื่องทรัพย์สิน ทว่าท่านอิมามได้อธิบายว่าครอบคลุมแม้กระทั่งเรื่องของความรู้และศีลธรรม