27 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของอิสลาม

23

27 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับลักษณะทั่วไปของอิสลาม

“อิสลาม” เป็นคำอาหรับ ซึ่งมีรากศัพท์จากภาษาเดียวกันกับคำว่า “มุสลิม” มาจากคำว่า “ซะลิมะ” แปลว่า “สันติ การนอบน้อม การยอมจำนนสิ้นเชิง” ดังนั้น “อิสลาม” จึงมีความหมายว่า “การนอบน้อมมอบตนต่ออัลเลาะห์แต่พระองค์เดียวอย่างสิ้นเชิงเพื่อความสันติ” และมีลักษณะทั่วไปดังนี้

  1. ไม่ใช่ศาสนาที่เกิดใหม่ แต่เป็นศาสนาที่ต่อเนื่องมาจากศาสนาก่อนๆ
  2. นับถือยกย่องศาสดาทั้งหลายทุกๆ คนที่มาก่อนศาสดามุฮัมมัด
  3. อำนาจทางกฎหมายหรือธรรมนูญสูงสุดมาจากพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียว เพราะฉะนั้นจึงไม่มีบุคคลกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดที่จะได้รับผลประโยชน์จากกฎหมายนั้นเป็นพิเศษ ผลประโยชน์ทั้งหลายจะต้องตกอยู่กับประชาชนทั่วไปอย่างยุติธรรม โดยเฉพาะผู้อ่อนแอหรือผู้ที่ยากไร้
  4. เป็นศาสนาแห่งสันติภาพ เพราะอิสลามแปลว่าสันติ
  5. มีการศรัทธา และมีการปฏิบัติควบคู่กันไป ไม่ใช่ศรัทธาอย่างเดียว หรือปฏิบัติอย่างเดียว
  6. ในเรื่องศาสนกิจแล้ว ไม่มีผู้ใดได้รับสิทธิพิเศษจากพระผู้เป็นเจ้า นอกจากผู้ที่บกพร่องทางจิต หรือทางกายภาพ
  7. เป็นระบอบการปกครองและเป็นธรรมนูญแห่งชีวิต
  8. ไม่มีนักบวช นักพรต สมณะศักดิ์และชนชั้น (ดังนั้น) ทุกคนต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ และให้เกียรติแก่ผู้ใช้แรงงาน
  9. ข้อห้ามมีบทลงโทษ เช่น ผู้ที่ดื่ม สุราจะได้รับการถูกเฆี่ยน 80 ครั้ง และผู้ที่ผิดประเวณีจะได้รับการถูกเฆี่ยน 100 ครั้ง ผู้ที่ขโมยโดยสันดานจะถูกตัดมือ ฯลฯ
  10. สตรีมีสิทธิเท่าเทียมชาย แต่มีหน้าที่แตกต่างกันและสตรีทุกคนได้รับการตอบแทนตามผลงานที่ ตัวเองได้ กระทำไว้อย่างเท่าเทียมกัน
  11. พฤติกรรมหรือผลงานในทางสังคมของมนุษย์จะเป็นเครื่องตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงรัก
  12. สอนให้มนุษย์มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ประณามการสุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือย
  13. การเริ่มศักราชใหม่หรือวันปีใหม่ของอิสลามไม่ได้นำวันเกิดและวันสิ้นชีวิตของศาสดาหรือวันอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องส่วนตัวของศาสดามากำหนดวันขึ้นปีใหม่ แต่วันปีใหม่ได้กำหนดเอาจากเหตุการณ์ของการอพยพของท่านศาสดามุฮัมมัดและประชาชนที่อพยพจากสภาพที่เลวร้ายไปสู่สภาพที่ดีกว่า (จากเมืองมักกะฮฺไปยังเมืองมะดีนะฮฺ)
  14. ทุกๆ คนเกิดมาบริสุทธิไม่มีมลทินหรือบาปติดตัวมา ดังนั้นจึงไม่มีพิธีการล้างบาปในอิสลาม
  15. ในอิสลามไม่มีการกำหนดวันหมดอายุความของคดีใดๆ ของผู้กระทำความผิด ผู้กระทำผิดจะพ้นผิดไปได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสินหรือมีการตกลงกันระหว่างคู่กรณีหรือมีการชดใช้ค่าเสียหาย เช่น เป็นฆาตกรโดยเจตนาจะพ้นผิดได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสิน ไม่ใช่หลบหนีไป 20 ปี แล้วถือว่าหมดอายุความนั้น หรือพ้นผิดได้ก็ต่อเมื่อ ได้รับการตัดสินหรือมีการตกลงกันระหว่างคู่กรณีหรือมีการชดใช้ค่าเสียหาย เช่น เป็นฆาตกรโดยเจตนาจะพ้นผิดได้ก็ต่อเมื่อได้รับการตัดสิน ไม่ใช่หลบหนีไป 20 ปีแล้วถือว่าหมดอายุความนั้น หรือพ้นผิด
  16. ความโง่เขลา ความฉลาด ความรวยความจน ความทุกข์ยากทรมานต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับคนใดคนหนึ่งนั้น มิใช่เกิดขึ้นโดยพระผู้เป็นเจ้าทรงหยิบยื่นให้เป็นการตายตัว แต่ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผู้ปกครองหรือผู้มีอำนาจขาดความรับผิดชอบ ต่อประชาชน
  17. ความดี ความเลวของมนุษย์มิได้เกิดขึ้นโดยสันดาน แต่เกิดขึ้นเพราะสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ใกล้ชิดเป็นตัวกำหนดแต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้เป็นกฎเกณฑ์ตายตัวเสมอไป แต่ส่วนมากมักจะเป็นเช่นนั้น
  18. อิสลามไม่ได้แยกการเมืองออกจากศาสนา เพราะศาสนาและการเมืองนั้นเป็นเนื้อเดียวกัน เพราะถ้าการเมืองไร้คุณธรรม ประเทศชาติและประชาชนก็จะเสียหาย
  19. ทุกๆ อิริยาบถ หรือความนึกคิดต่างๆ ที่จะต้องดำเนินไปตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย และตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอน อิสลามได้มีคำสอนไว้หมดแล้ว
  20. ความดีความชั่วของมนุษย์ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์เพราะฉะนั้นจึงถ่ายทอดให้กันไม่ได้
  21. ในอิสลามไม่มีผู้วิเศษและไม่ได้ตั้งบุคคลใดให้เป็นสื่อกลางหรือนายหน้าระหว่างมนุษย์กับพระเจ้า มนุษย์ทุกๆคนไม่ว่าจะมีสภาพฐานะยากจนหรือร่ำรวย หรือจะมาจากชนชั้นใดก็ตาม ก็มีสิทธิที่จะเข้าหาและวิงวอนร้องขอต่อพระผู้เป็นเจ้าได้โดยตรง มิต้องจ้างวานหรือให้ของกำนัลแก่ผู้ใดเพื่อที่จะให้เขามาเป็นสื่อ ตัวแทนให้
  22. เนื่องจากอิสลามไม่มีระบบพระ ไม่มีระบบสงฆ์ ไม่มีสามเณร ไม่มีชี ไม่มีนักบวช นักพรต ไม่มียศไม่มีตำแหน่งไม่มีการล้างบาป เพราะฉะนั้น มุสลิมทุกๆ คนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายระเบียบข้อบังคับของศาสนาเหมือนกันหมด ยกเว้นเด็ก ผู้เสียสติ ผู้อ่อนแอ ไร้ความสามารถ
  23. ในอิสลามไม่มีเครื่องแบบ หรือยูนิฟอร์ม สำหรับสวมใส่
  24. เน้นเรื่องประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก
  25. คนที่ดีที่สุดในทรรศนะอิสลามนั้นไม่ใช่คนชาติอาหรับ แต่ตะเป็นคนชาติใดก็ได้ที่มีความยำเกรง อัลลอฮฺ คือ คนๆ นั้นเป็นคนที่มีจริยธรรมอันสูงส่ง
  26. ในศาสนาอิสลามถือว่า การเสพสิ่งมึนเมา การเล่นการพนันการประพฤติผิดในกาม การขโมยนั้นมีความผิดมากกว่าการกินเนื้อหมู
  27. อิสลามสอนให้มนุษย์เป็นมือบนมิใช่เป็นมือล่าง (เป็นผู้ให้มิใช่เป็นผู้แบมือรับ )