สหรัฐกำลังแตกทัพจากตะวันออกกลาง

11

สหรัฐกำลังแตกทัพจากตะวันออกกลาง

โดย สิริอัญญา

วันพุธที่ 5 มกราคม 2565

ความเปลี่ยนแปลงใหญ่ทางการทหารกำลังเกิดขึ้นในตะวันออกกลาง และเป็นสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคต่างๆ ของโลก โดยเฉพาะจะกระทบต่อบทบาทและอิทธิพลของสหรัฐและอังกฤษที่มีต่อทั่วโลกต่อเนื่องมาจากหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

หลังจากแผนการจัดตั้งสาธารณรัฐอิสลามแห่งไอซิสในพื้นที่บางส่วนของอิรักและซีเรียซึ่งเป็นแหล่งพลังงานล้มเหลวลงเพราะถูกขัดขวางโดยกลุ่มประเทศองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้ ทำให้กองทหารของสหรัฐในภูมิภาคนั้นต้องแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน คือในอิรักและซีเรีย และนับแต่บัดนั้นมาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงดุลยภาพทางการทหารครั้งใหญ่ขึ้น

ในปี 2564 สหรัฐต้องสูญเสียอาฟกานิสถานในสภาพที่ไม่ต่างจากการแตกทัพจากสงครามเวียดนาม ทำให้อิทธิพลของสหรัฐและอังกฤษในอาฟกานิสถานที่มีลักษณะปกครองอาฟกานิสถานยาวนานถึง 20 ปี และสูญเสียงบประมาณไปจำนวนมหาศาลต้องสิ้นสุดลง แม้จะพยายามฟื้นฟูขบวนการมูจาฮีดีนมากอบกู้สถานการณ์แต่ก็ไม่สำเร็จ

หลังจากสหรัฐสูญเสียอาฟกานิสถานแล้ว เป้าหมายใหญ่ในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลางจึงอยู่ที่อิรักและซีเรีย ซึ่งถ้าหากสหรัฐหมดบทบาทไปจากสองพื้นที่นี้ก็เท่ากับตกอยู่ในสภาพถดถอยและล่าถอยออกจากภูมิภาคนี้นั่นเอง

ด้วยความผิดพลาดจากการตัดสินใจของรัฐบาลประธานาธิบดีทรัมป์ที่ทำการลอบสังหารพลเอกกอซิม สุไลมานี ผู้บัญชากองทัพกุซแห่งอิหร่าน พร้อมกับผู้บัญชาการกองกำลังปฏิวัติอิสลามแห่งอิรัก ทำให้เกิดจุดหักเหครั้งสำคัญขึ้น

นั่นคือผู้นำสูงสุดมุสลิมโลกและผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน ท่านอิหม่ามซัยยิดอาลีคาเมนี และท่านผู้นำสูงสุดของอิรักคือท่านอิหม่ามซิสตานีได้ออกคำฟัตวาหรือคำวินิจฉัยทางศาสนาในเวลาไล่เลี่ยกันให้มุสลิมทั่วโลกทำสงครามศาสนากับสหรัฐ และประกาศให้สองนายพลสำคัญเป็นนักบุญหรือชาฮีด ทำให้มุสลิมทั่วโลกโดยเฉพาะในอิรัก อิหร่าน และซีเรียและในภูมิภาคนั้นเข้าชื่อกันเป็นอาสาสมัครพลีชีพเพื่อทำสงครามจีฮัดกับสหรัฐ

และกำหนดเป้าหมายขับไล่สหรัฐออกจากอิรักเป็นภารกิจอันศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนั้นการโจมตีกองทหารของสหรัฐในอิรักก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายแก่สหรัฐจำนวนมากชนิดคาดคิดไม่ถึง แม้ว่าจะเคลื่อนกำลังทหารจากซีเรียเข้ามาเสริมก็ไม่อาจรับมือกับสงครามประชาชนในรูปแบบของสงครามศักดิ์สิทธิ์หรือจีฮัดได้

ทำให้สหรัฐต้องถอนทหารออกจากอิรักทั้งหมดก่อนย่างเข้าปีใหม่ 2565 ไปแล้ว ทำให้กองทหารของสหรัฐในซีเรียซึ่งมีอยู่หลายฐานต้องโดดเดี่ยวมากขึ้น และสูญเสียความเป็นธรรมมากขึ้น

เพราะกองทหารเหล่านี้ได้ยกเข้าไปในซีเรียในลักษณะทำสงครามรุกรานโดยผิดกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลและกองทัพซีเรียได้ทำสงครามต่อต้านขับไล่กองทหารสหรัฐอย่างต่อเนื่องตลอดมา โดยได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากรัสเซียที่เข้าไปตั้งฐานทัพเรือและฐานทัพอากาศในซีเรียเพื่อช่วยป้องกันการโจมตีทางอากาศต่อกองทัพซีเรีย

ทันทีที่สหรัฐถอนทหารออกจากอิรัก การโหมกำลังจากทุกภาคส่วนทั้งกองทัพอิรักและกองกำลังปฏิวัติอิสลามต่างๆ ก็โฉมหน้ารวมศูนย์กำลังเข้าปฏิบัติการในซีเรียอย่างเต็มรูปแบบ จึงปรากฏข่าวการโจมตีกองทหารของสหรัฐทั้งขณะประจำที่และเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องรุนแรง ในขณะที่กองทหารของสหรัฐในซีเรียตกอยู่ในสภาพโดดเดี่ยวมากขึ้น

ที่สำคัญ ในทางการเมืองระหว่างประเทศนั้นกองทหารดังกล่าวถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเข้าไปเพื่อปล้นน้ำมันจากซีเรียเอาออกไปขาย ซึ่งทำให้สหรัฐสูญเสียภาพลักษณ์และสูญเสียความเป็นธรรมอย่างยิ่ง และความจริงนี้ถูกเผยแพร่อย่างกว้างขวาง ทำให้พรรคการเมืองและนักการเมืองของสหรัฐพากันคัดค้านการกระทำดังกล่าวนั้นและเรียกร้องให้ถอนทหารออกจากซีเรีย

จึงเกิดแรงกดดันทั้งทางการทหารและการเมืองระหว่างประเทศและการเมืองในประเทศอย่างหนักหน่วง และในสภาพเช่นนี้นักวิเคราะห์สงครามก็พากันคาดหมายไว้แล้วว่าสหรัฐอาจต้องถอนทหารออกจากซีเรียในระยะเวลาไม่นานจากนี้

สภาพเช่นนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดแก่บรรดาประเทศอาหรับในตะวันออกกลาง และที่ผ่านมาก็เห็นชัดว่าการผนึกกำลังรวมตัวกันของประเทศองค์การความร่วมมือแห่งเซี่ยงไฮ้และกลุ่มปฏิวัติอิสลามต่างๆ และการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอิหร่านนั้นทำให้ประเทศอาหรับเหล่านั้นไม่สามารถหวังพึ่งความคุ้มครองจากสหรัฐได้อีก

จึงพากันเปลี่ยนสีแปรธาตุโดยทั่วไป ไม่ว่าบาห์เรน ซึ่งเป็นฐานทัพกองเรือที่ 5 ของสหรัฐริมอ่าวเปอร์เซีย หรือกาตาร์ซึ่งเป็นฐานทัพอากาศของสหรัฐริมอ่าวเปอร์เซีย รวมทั้งยูเออี โอมานและคูเวต ซึ่งเป็นศูนย์กลางการต่างประเทศของภูมิภาคพากันร้อน ๆ หนาว ๆ และเมื่อเห็นว่ายากที่จะพึ่งความคุ้มครองได้แล้วจึงเปิดการเจรจากับอิหร่าน รัสเซีย และจีนอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

บางประเทศถึงขนาดยกเลิกการซื้อเครื่องบิน F35 จากสหรัฐเป็นจำนวนมาก และหันไปซื้อเครื่องบินรบจากจีนและรัสเซียแทน เปิดเผยอาการเปลี่ยนข้างอย่างชัดเจนขึ้นทุกวัน

แม้กระทั่งซาอุดิอาระเบียซึ่งเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดของสหรัฐและอังกฤษในภูมิภาคและเป็นศูนย์กลางของนิกายวาฮาบีแห่งอิสลามที่มีบทบาทในประเทศอิสลามทั่วโลก และเคยรับภารกิจนำพันธมิตรอาหรับเข้ารุกรานยึดครองเยเมน จนติดหล่มปลักสงครามยืดเยื้อในเยเมนมาหลายปี กระทั่งเยเมนตั้งตัวได้ สามารถเปิดฉากตอบโต้ทางการทหารอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดสามารถส่งโดรนหรือขีปนาวุธไปถล่มสนามบินของซาอุดิอาระเบียอย่างต่อเนื่อง โดยระบบป้องกันทางอากาศของซาอุดิอาระเบียที่ซื้อหาในราคาแพงลิบลิ่วไม่สามารถป้องกันได้เลย

ดังนั้นซาอุดิอาระเบียก็จำเป็นต้องหาทางรอดของตนเองเช่นเดียวกับประเทศอาหรับริมอ่าวเปอร์เซีย จึงเปิดการเจรจากับอิหร่าน รัสเซีย และจีน กระทั่งมีความร่วมมือทางการทหารกับรัสเซียและจีนเพิ่มขึ้นอย่างน่าตระหนก โดยเฉพาะกับจีนนั้นถึงขั้นร่วมมือกับผลิตขีปนาวุธ ซึ่งในพลันที่สหรัฐทราบความเรื่องนี้ก็แสดงอาการฉุนเฉียวอย่างรุนแรง

จนกระทั่งเกิดข่าวลือว่าอาจมีการก่อรัฐประหารในซาอุดิอาระเบียเพื่อล้มล้างอำนาจของมกุฎราชกุมารบิน ซัลมาน ซึ่งเป็นผู้ครองอำนาจสูงสุดของซาอุดิอาระเบียในปัจจุบัน แต่ปรากฏว่ามกุฎราชกุมารบิน ซัลมาน นั้นก็เคยเห็นบทเรียนจากการก่อรัฐประหารประธานาธิบดีแอโดกันของตุรกีมาแล้วฐานขัดขืนไม่ร่วมมือกับสหรัฐ แต่ได้รับความช่วยเหลือจากรัสเซียจึงสามารถรักษาอำนาจเอาไว้ได้

ดังนั้นในขณะที่มีข่าวลือหนาหูขึ้นทุกทีว่าจะเกิดการรัฐประหารล้มอำนาจมกุฎราชกุมารบิน ซัลมาน ในซาอุดิอาระเบียเพื่อเปลี่ยนอำนาจปกครองที่ภักดีต่อตะวันตก จึงเป็นผลให้มกุฎราชกุมารบิน ซัลมาน ต้องจับมือกับรัสเซียและจีนแน่นแฟ้นขึ้นเพื่อรักษาอำนาจไว้ให้ได้

และเป็นที่แน่นอนว่าขณะนี้ทั้งรัสเซียและจีนย่อมให้ความช่วยเหลือแก่ซาอุดิอาระเบียเพื่อช่วงชิงซาอุดิอาระเบียมาเป็นพันธมิตร ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าสงครามรุกรานในเยเมนจะสิ้นสุดลง ตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน และจะทำให้การเปิดสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับอิหร่านประสบความสำเร็จเร็วขึ้น และเมื่อนั้นประเทศที่เป็นศูนย์กลางนิกายวาฮาบีของโลกก็จะเป็นเอกภาพกับอิหร่านและโลกอิสลาม โดยเป็นที่แน่นอนว่าทั้งอียิปต์ ตุรกี ปากีสถาน และมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิมนิกายซุนหนี่ก็ย่อมยินดีปรีดาด้วย

เรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเป็นเอกภาพระหว่างนิกายในอิสลามทั้งซุนหนี่ ชีอะห์และวาฮาบี และจะเป็นบทพิสูจน์ความเป็นสากลของมวลมนุษย์ของศาสนาอิสลามที่ถือว่ามนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะนับถือศาสนาหรือเชื้อชาติสัญชาติใดล้วนเป็นบ่าวของพระอัลเลาะห์เป็นเจ้าทั้งสิ้น

สภาพเช่นนั้นจะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงใหญ่ต่ออนุภูมิภาคแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียนคืออิสราเอล เลบานอน ปาเลสไตน์ ซึ่งกำลังขับเคี่ยวกัน โดยมีที่ราบสูงโกลันและฉนวนกาซาเป็นศูนย์กลาง ซึ่งขณะนี้ขบวนการฮามาส ขบวนการฮิซบุลเลาะห์ของเลบานอนและปาเลสไตน์และสมทบด้วยแนวร่วมสารพัดขบวนการไม่ว่าอัลซอลุลเลาะห์ของเยเมน หรือกองทัพกุดส์แห่งอิหร่าน และกองกำลังปฏิวัติอิสลามมากหลายทั้งในอิรักและซีเรียก็จะเคลื่อนไปรวมศูนย์กำลังในพื้นที่อนุภูมิภาคนั้นโดยไม่ต้องสงสัย

เหล่านี้คือความเปลี่ยนแปลงใหญ่ในตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2565 ที่ควรแก่การจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะย่อมส่งผลต่อเนื่องไปถึงภูมิภาคที่ความขัดแย้งรุนแรงมากคือที่ยูเรเซียโดยมีศูนย์กลางที่ยูเครน และภูมิภาคแปซิฟิกโดยมีศูนย์กลางที่ไต้หวันและทะเลจีนใต้ด้วย

และพึงเข้าใจว่าประเทศไทยก็ย่อมได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน ขอเพียงประเทศไทยไม่มีสงครามกับพม่าและสามารถสร้างความสงบสุขตลอดแนวพรมแดนไทย-พม่า ให้ได้เท่านั้น ประเทศไทยก็จะปลอดภัย