การรู้จักพระเจ้า(ตอนที่๑๐)

3

การรู้จักพระเจ้า(ตอนที่๑๐)

เตาฮีด

พระเจ้าทรงเป็นหนึ่งและไม่มีภาคีใดสำหรับการสร้างสรรค์โลกนี้พระองค์คือผู้ทรงเป็นหลักในการบริหารกิจการงานแห่งโลกนี้ นอกจากพระองค์แล้วไม่มีใครเป็นผู้สร้างหรือผู้ให้กำเนิดได้ สรรพสิ่งทั้งน้อยใหญ่พระองค์ก็เป็นผู้สร้าง และพระองค์ไม่มีความต้องการการช่วยเหลือในการสร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้น ตามเหตุผลดังต่อไปนี้

ประการที่ 1 หากมีพระเจ้าสององค์หรือมากกว่านั้น ก็คงไม่พ้นสมมติฐานดังต่อไปนี้

หนึ่ง พระเจ้าทั้งสองนั้นต่างก็มีความเป็นอิสระในการสร้างสรรค์สิ่งทั้งปวง สิ่งนั้นอาจต้องมีการเกิดสองครั้ง และพระเจ้าทุกองค์ต่างก็มีอิสระที่จะสร้างมันขึ้นมาได้ ด้วยการพิจาณาเพียงน้อยนิด สมมติฐานข้อนี้เป็นอันตกไป เพราะทุกสิ่งมีอยู่เพียงหนึ่ง (จะคล้ายหรือแตกต่างกันด้วยจำนวนก็ตาม แต่ก็มิใช่สิ่งเดียวกัน) ฉะนั้นมันจึงไม่อาจมีผู้สร้างสรรค์มากกว่าหนึ่งหลังจากที่พระเจ้าทรงให้กำเนิดมันขึ้นมาแล้ว ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมีตัวแปรอื่นมาทำให้มันเกิดอีก

สอง พระเจ้าสององค์ต่างก็ช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งนั้น โดยที่ทุกสิ่งเป็นสิ่งถูกสร้างของพระเจ้าสององค์ องค์หนึ่งเป็นสาเหตุอีกองค์หนึ่งเป็นผู้กระทำ

สมมติฐานดังกล่าวก็เป็นโมฆะ เพราะหากความร่วมมือดังกล่าวของพระเจ้าสององค์นั้นเป็นเพราะมีข้อบกพร่องและต่างต้องพึ่งพากันแล้วไซร้ ต่างองค์ก็ต้องช่วยเหลือกัน แต่ละองค์ไร้ซึ่งความสามารถที่จะสร้างโดยลำพัง แต่ข้อบกพร่องและความต้องการก็เข้ากันไม่ได้กับคุณลักษณะของพระเจ้าเลย หากบอกว่า แต่ละองค์สามารถที่จะสร้างโดยลำพัง แต่เพื่อความสมานฉันท์และร่วมมือกันสร้างสรรค์ เช่นมีหลายคนที่ช่วยกันแบกอิฐคนละก้อน ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็สามารถแบกอิฐโดยลำพังได้ก็ตาม สมมติฐานนี้ก็ไม่ถูกต้องอีก เพราะสองสาเหตุและหนึ่งผู้กระทำซึ่งสามารถทำงานโดยลำพังได้ หากไม่คิดเรื่องความเป็นอิสระละก็ ความต้องการใช้พลังของแต่ละคน ด้วยการช่วยเหลือและร่วมมือกันทำงานนั้นให้สำเร็จ ก็สูญเปล่าหรือต้องการผ่อนแรง หรือต้องการปลอดจากความขัดแย้งและการขัดขวางจากอีกองค์หนึ่ง แต่ก็มีความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน สรุปก็คือจำเป็นต้องร่วมมือกัน ในกรณีที่ต้องร่วมมือกันนี้ไม่อาจเกิดขึ้นได้กับพระเจ้า ยิ่งไปกว่านั้น พระเจ้าแต่ละองค์ที่สมมติขึ้นมานั้น เมื่อมีความรู้ถึงความเหมาะสมแห่งการสร้างสรรค์โลกและมีความสามารถที่จะให้กำเนิดมัน ก็ย่อมไม่มีความตระหนี่ พระองค์จำเป็นต้องเป็นสาเหตุและผู้สร้างโลกนี้โดยลำพัง และต้องจัดการตามความรู้ และอำนาจของตน สรุปก็คือ มันจะเกิดสภาพที่ว่า พระเจ้าสมมติทั้งสององค์นั้นต่างก็สร้างโลกขึ้นมาโดยเอกเทศและเป็นอิสระต่อกัน

สาม พระเจ้าสมมติสององค์ทรงแบ่งสรรสิ่งต่าง ๆ ในโลกนี้ แต่ละองค์ต่างก็สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ เป็นกลุ่มอย่างเป็นอิสระในอารักขาของตนและไม่ก้าวก่ายกัน สมมติฐานเช่นที่ว่าก็เป็นโมฆะ เพราะในสำนึกของพระเจ้าแต่ละองค์นั้น หากเห็นถึงความเหมาะสมและอำนาจที่จะบังเกิดสิ่งถูกสร้างในอารักขาของพระเจ้าองค์อื่น พระองค์ก็จำเป็นต้องเป็นผู้สร้างสิ่งนั้น ก็จะเกิดสภาพสองสาเหตุในหนึ่งผลนั่นเอง ซึ่งก็ไม่ถูกต้อง แต่หากบอกว่า ไม่มีความรู้ที่เหมาะสมหรือไร้ความสามารถที่จะสร้างสรรค์สิ่งใดได้ หรือเกิดความคับแคบ (ไม่อยากช่วยเหลือ) ก็ถือว่าเป็นข้อบกพร่อง ก็ไม่เหมาะสมกับความเป็นพระเจ้าอยู่ดี