อัซฮัร ฟันธง ละหมาดตามอิหม่ามผ่านไลฟ์สด ใช้ไม่ได้!!!

สถาบันเพื่อการวินิจฉัยอิสลามของอัซฮัรฟัตวา ใช้ไม่ได้ การละหมาดตามหลังอีหม่ามในโทรทัศน์ หรือ ละหมาดตามเสียงจากวิทยุ (เสียงตามสาย) เนื่องจากไม่มีการติดต่อระหว่างมะมูมกับอีหม่าม และที่ดีที่สุดแล้ว ให้เขาทำการละหมาดกับครอบครัวของเขา

687

อัซฮัร ฟันธง  ละหมาดตามอิหม่ามผ่านไลฟ์สด ใช้ไม่ได้!!!

สถาบันเพื่อการวินิจฉัยอิสลามของอัซฮัรฟัตวา ใช้ไม่ได้ การละหมาดตามหลังอีหม่ามในโทรทัศน์ หรือ ละหมาดตามเสียงจากวิทยุ (เสียงตามสาย) เนื่องจากไม่มีการติดต่อระหว่างมะมูมกับอีหม่าม และที่ดีที่สุดแล้ว ให้เขาทำการละหมาดกับครอบครัวของเขา

คณะกรรการฟัตวาของสถาบันเพื่อการวินิจฉัยอิสลามของอัซฮัรอัชชารีฟ ได้กล่าวในการตอบฟัตวาเรื่องของ

” ฮูก่มการละหมาดตารอเวี๊ยะห์ตามหลังอีหม่ามในโทรทัศน์ หรือ ตามหลังเสียงจากวิทยุ ด้วยสาเหตุที่มีการปิดมัสยิดเนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคระบาดอยู่ในขณะนี้ ”

แท้จริงแล้วรูปแบบที่ผู้คนบางส่วนได้อ้างนั้น คือ การที่พวกเขาให้ผู้คนละหมาดตามหลังโทรทัศน์ หรือ ตามหลังเสียงจากวิทยุ สิ่งนี้เป็นการกระทำที่ขัดแย้งกับเป้าหมายของบทบัญญัติศาสนา

ซึ่งเป้าหมายของบทบัญญัติศาสนา(ในการละหมาดญมาอะห์ร่วมกัน) คือ การที่บรรดามุสลิมได้พบปะกัน รวมตัวกันในสถานที่เดียวกัน เป็นการพบปะกันจริง ไม่ใช่การพบปะกันแบบสมมุติขึ้นมา(ผ่านทางทีวีหรือทางเสียงตามสาย)

และบรรดานักนิติศาสตร์อิสลาม(ฟูกอฮาอ์) ได้วางเงื่อนไขที่การละหมาดตามจะใช้ได้ คือ การที่มะมูมละหมาดตามอีหม่ามอยู่ในสถานที่รวมตัวที่เป็นพื้นที่ติดต่อกัน ด้วยกับการที่มะมูมและอีหม่ามอยู่ในสถานที่เดียวกัน

สถาบันเพื่อการวินิจฉัยอิสลามของอัซฮัร ขอเน้นย้ำว่า :

“การละหมาดใช้ไม่ได้” หากเขาละหมาดตามอีหม่ามผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หรือ ผ่านทางเครื่องมือติดต่อสื่อสารอื่นๆในสมัยนี้

และใครที่เขาละหมาดเช่นนี้ ถือว่าการละหมาดของเขาเสีย เนื่องจากไม่มีการติดต่อระหว่างมะมูมกับอีหม่าม ซึ่งมันเป็นเงื่อนไขที่จะทำให้การละหมาดตามกันใช้ได้เหมือนดังที่บรรดานักนิติศาสตร์อิสลามได้ระบุไว้

และเช่นเดียวกัน “ใช้ไม่ได้” การละหมาดตารอเวี๊ยะห์ตามหลังอีหม่ามในโทรทัศน์ หรือ วิทยุ เนื่องจากไม่มีการติดต่อกันระหว่างอีหม่ามกับมะมูม ซึ่งอีหม่ามเป็นผู้ที่ถูกให้มะมูมต้องปฏิบัติตามเขา

และที่ดีที่สุด ให้บรรดามุสลิมทำการละหมาดที่บ้านของเขาเป็นญมาอะห์ร่วมกันกับครอบครัวและลูกๆของเขา เนื่องจากละหมาดตารอเวี๊ยะห์เป็นสุนัต ไม่ใช่ฟัรดู และตอนนี้เป็นโอกาสแล้วที่จะเอามุมหนึ่งของบ้านเป็นที่ละหมาด เพื่อให้ความเมตตาและความสิริมงคล ได้ครอบคลุมบ้านของเขา

ที่มา: เว็บไซด์ มุสลิมไทยโพสต์