ความสำคัญของครูในทัศนะอิสลาม

ครูถือว่าเป็นศูนย์รวมของความรู้ ที่ได้สั่งสมวิชาการและความรู้จากนูรรัศมีที่มีความประเสริฐ เพื่อทำการขจัดความโง่เขลาชนิดขุดรากถอนโคนให้สิ้นซากไปจากแผ่นดิน ครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการและแสงสว่างแก่ผู้ที่โง่เขลาให้เป็นผู้ที่ มีความรู้และเฉลียวฉลาด ครูเป็นผู้จุดประกายความรู้ให้สว่างขึ้นเพื่อเป็นประทีปส่องนำทางไปสู่ความสำเร็จ

601

ความสำคัญของครูในทัศนะอิสลาม

ครูถือว่าเป็นศูนย์รวมของความรู้ ที่ได้สั่งสมวิชาการและความรู้จากนูรรัศมีที่มีความประเสริฐ เพื่อทำการขจัดความโง่เขลาชนิดขุดรากถอนโคนให้สิ้นซากไปจากแผ่นดิน ครูเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาการและแสงสว่างแก่ผู้ที่โง่เขลาให้เป็นผู้ที่ มีความรู้และเฉลียวฉลาด ครูเป็นผู้จุดประกายความรู้ให้สว่างขึ้นเพื่อเป็นประทีปส่องนำทางไปสู่ความสำเร็จ

จากความสำคัญนี้เอง อิสลามจึงได้กล่าวว่าเป็นวาญิบ (ข้อบังคับ) ที่ต้องให้ความเคารพและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์ และถือว่าครูคือบุคคลที่บริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในสังคม ท่านอิมามอะลี (อ.) ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “ใครก็ตามที่ได้สอนสั่งฉัน เท่ากับได้ทำให้ฉันกลายเป็นทาสของเขา”

คำพูดของท่านอิมาม (อ.) ได้เพิ่มพูนความยิ่งใหญ่และทำให้มองเห็นคุณค่าที่สูงส่งของการเป็นครู ท่านอิมาม (อ.) ได้กล่าวอีกว่า “ประชาชนแบ่งออกเป็นสามกลุ่ม คือ หนึ่ง ผู้รู้นักปราชญ์ สอง คือ กลุ่มชนที่ได้ทำการศึกษาเพื่อช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นให้รอดปลอดภัย สาม คือ กลุ่มชนที่หลีกเลี่ยงความรู้ ซึ่งพวกเขาไม่ต่างอะไรไปจากแมลงที่บินว่อนตามทิศทางลม”

การให้เกียรติแก่ผู้รู้และนักปราชญ์

อัล-กุรอานได้กล่าวถึงตำแหน่งของผู้รู้และนักปราชญ์ผู้ทรงเกียรติไว้ดังนี้ว่า

“อัลลอฮฺทรงยกย่องบรรดาผู้ศรัทธาในหมู่ของพวกเจ้า และ(ยกย่อง)บรรดาผู้ที่ได้รับความรู้ไว้ในหลายฐานันดรด้วยกัน (ซูเราะฮฺ อัล-มุญาดะละฮ : ๑๑)

ฐานันดรและเกียรติยศที่สูงส่งของผู้รู้และนักปราชญ์ ในทัศนะของผู้นำอิสลามซึ่งท่านเหล่านั้นได้กล่าวว่า : อัล-กุรอานกล่าวว่า

“บรรดาผู้รู้กับผู้ไม่รู้นั้นจะเท่าเทียมกันหรือ แท้จริงผู้ที่มีวิจารณญาณเท่านั้นที่จะสำนึก” (ซูเราะฮฺ อัช-ชุมัร :๑๐)

หมายถึงผู้รู้กับคนโง่เขลานั้น ไม่มีวันที่จะเท่าเทียมกันอย่างเด็ดขาดและโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้รู้ที่ใช้ ประโยชน์จากความรู้ของตน ถือว่าโดยตัวตนแล้วดีกว่าอย่างสิ้นเชิง ประเด็นสำคัญที่ได้รับจากโองการนี้คือ ความรู้ในทัศนะของอัล-กุรอาน ไม่ได้หมายถึงความรู้เกี่ยวกับศาสนาเพียงอย่างเดียว แต่หมายถึงความรู้ของศาสตร์ทุกแขนงที่ทำให้มนุษย์เกิดความสว่างไสว และสามารถช่วยเหลือมนุษย์ในภารกิจต่าง ๆ ทั้งโลกนี้และโลกหน้าได้

ตำแหน่งของผู้รู้และนักปราชญ์ สูงส่งกว่าตำแหน่งของผู้บำเพ็ญอิบาดะห์แต่เพียงอย่างเดียว ดังที่ท่านอิมามมุฮัมมัดบากิร (อ.) กล่าวว่า “ผู้รู้ที่ใช้ประโยชน์จากความรู้ของตน ประเสริฐกว่าผู้บำเพ็ญอิบาดะห์ถึง ๗๐,๐๐๐ คน”

มาตรฐานของบรรดาอิมาม (อ.) ที่ใช้วัดบุคลิกภาพและคุณค่าของความเป็นมนุษย์ คือความรู้ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) ได้กล่าวว่า “ผู้ที่มีความรู้ที่สุดในหมู่ของประชาชน คือผู้ที่นำเอาประโยชน์จากความรู้ของผู้อื่นมาเสริมความรู้ของตน เพราะคุณค่าของความเป็นมนุษย์คือความรู้ ดังนั้นผู้ใดมีความรู้มากคุณค่าของเขาย่อมมากตามไปด้วย ในทางกลับกัน ใครก็ตามที่มีความรู้น้อย คุณค่าของเขาก็ลดน้อยตามไปด้วยเช่นกัน”

หน้าที่ของครูและศิษย์ อัล-กุรอานได้ยกย่องความรู้ว่าเป็นธาตุที่แท้จริงแห่งชีวิต เพราะถ้าไม่มีความรู้ มนุษย์กับสรรพสัตว์หรือก้อนหินก็จะมิได้มีความแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้นักเรียนจะต้องสำนึกตลอดเวลาว่า ผู้เป็นครูคือศูนย์กลางแห่งชีวิตของตน เพราะอนาคตที่แท้จริงได้เจริญงอกงามมาจากน้ำมือของผู้เป็นครู ครูจังเป็นเสมือนชีวิตที่สองของนักเรียนซึ่งพวกเขามีหน้าที่ในการให้ความ เคารพยกย่องเชิดชูเกียรติยศ และยอมรับคำแนะนำสั่งสอนของครู แม้ว่าในบางครั้งจะแฝงไว้ด้วยความร้ายกาจก็ตาม นักเรียนต้องไม่แสดงความแข็งกระด้างก้าวร้าว ดูถูกเหยียดหยามหรือทำลายคุณค่าของความเป็นครูทั้งต่อหน้าและลับหลัง หรือแม้ว่าครูจะล่วงลับไปแล้วก็ตาม

ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่เป็นครูต้องสำนึกเหมือนกันว่า เขาคือผู้รับผิดชอบชะตากรรมและอนาคตของนักเรียน ตราบใดก็ตามที่ครูยังไม่สามารถสอนให้นักเรียนคนหนึ่งยืนอยู่บนเท้าทั้งสอง ข้างแห่งความเป็นมนุษย์ได้ เขาจะต้องไม่แสดงความเหน็ดเหนื่อยหรือท้อถอยเด็ดขาด แม้ว่าในบางครั้งนักเรียนจะยอมรับคำอบรมสั่งสอนของครูไม่ได้ก็ตาม ครูจะต้องไม่แสดงท่าทีของคนหมดกำลังใจ ถ้าหากมีความก้าวหน้าและประสบความสำเร็จในการสั่งสอน ก็จงอย่างแสดงความดีใจอย่างออกหน้าออกตากับนักเรียนและผู้เป็นครูต้องระมัด ระวังตลอดเวลา อย่าให้คำพูดหรือกริยาท่าทางของตนเป็นเหตุทำให้นักเรียนต้องเสียใจ ท้อถอยหรือหมดกำลังใจในที่สุด