ศาสดามุฮัมมัดแบบฉบับแห่งมนุษย์ผู้เปี่ยมด้วยคุณงามความดี ตอนที่ ๔- การสื่อสารกับมะลาอิกะฮ์และภารกิจของพระผู้เป็นเจ้า

ญิบรีล ได้เข้า มากอดรัดท่านอีกครั้ง และบอกให้มุฮัมหมัดอ่านตามเขา และเขากล่าวว่า “อ่านด้วยพระนามของพระเจ้าผู้ทรงสร้าง! พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาจากก้อนเลือด จงอ่านเถิด และพระองค์ทรงใจบุญยิ่ง พระองค์ได้ทรงสอนการใช้ปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้”

477

ศาสดามุฮัมมัดแบบฉบับแห่งมนุษย์ผู้เปี่ยมด้วยคุณงามความดี  ตอนที่ ๔- การสื่อสารกับมะลาอิกะฮ์และภารกิจของพระผู้เป็นเจ้า

ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) ไม่ได้อยู่ในหมู่ปัญญาชนหรือผู้ที่ได้รับการศึกษา และไม่เคยผ่านหลักสูตรการศึกษาใด ๆ ดังนั้น ท่านจึงถูกเรียกว่า “อุมมี” ซึ่งมีความหมายว่า ผู้ไม่มีการศึกษา แต่ภายใภูเขาเป็นที่ๆ ท่านได้รับการฝึกฝนภูมิปัญญา บุคลิกภาพและคุณลักษณะอันสูงสุดของมนุษย์เมื่อตอนอายุสี่สิบปี ด้วยความประสงค์ของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพ พระองค์ได้ทรงส่งเทวทูตมาปรากฏต่อหน้าท่าน เทวทูต (มะลาอิกะฮ์) นั้นมีชื่อว่า ญิบรีล และได้นำภารกิจแห่งพระผู้เป็นเจ้ามา โดยเฉพาะ บุคคลอย่างท่านนบีผู้ซึ่งสามารถให้ได้อย่างแท้จริงเท่านั้น และ ทำให้จิวิญญาณของเขาแข็งแกร่งสามารถที่พบกับเทวทูตแห่งพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเดชานุภาพได้ ซึ่งท่านนบีมุฮัมหมัด(ซ็อลฯ)ได้รับความพร้อมนั้นแล้ว โดยการพิจารณาอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับจักรวาล และโดยความบริสุทธิ์แห่งจิตวิญญาณของเขาต่อหลุมพรางแห่งโลกีย์ต่อมาพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพได้แต่งตั้งให้เขา เป็นผู้นำสารของพระองค์ และหลังจากที่ญิบรีล ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) เทวทูตได้กล่าวว่า“จงอ่าน”  จากนั้น มุฮัมหมัดผู้ซึ่งไม่มีการศึกษาตอบว่า “ข้าพเจ้าอ่านไม่ได้”  เทวทูตได้เข้ามากอดรัดมุฮัมหมัดและกล่าวกับท่านอีกครั้งว่า

“จงอ่าน”

ต่อมาท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) ก็สามารถอ่านได้ ญิบรีล ได้เข้า มากอดรัดท่านอีกครั้ง และบอกให้มุฮัมหมัดอ่านตามเขา และเขากล่าวว่า “อ่านด้วยพระนามของพระเจ้าผู้ทรงสร้าง! พระองค์ทรงสร้างมนุษย์มาจากก้อนเลือด จงอ่านเถิด และพระองค์ทรงใจบุญยิ่ง พระองค์ได้ทรงสอนการใช้ปากกา ทรงสอนมนุษย์ในสิ่งที่เขาไม่รู้”

การมองมาที่ ญิบรีล และสารของพระผู้เป็นเจ้าของเขา กำหนดให้ “ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) เจ้าเป็นผู้นำสารของพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพ และข้าคือเทวทูตของพระองค์” จากนั้นท่านนบีมุฮัมหมัด(ซ็อลฯ)ได้ออกมาจากถ้ำ ฮิรออ์ ด้วยความปิติอย่างสูงสุด พร้อมกับมองขึ้นไปทั่วทุกมุมบนท้องฟ้าที่ปรากฏแสงของพระผู้เป็นเจ้า

ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) พิจารณาและค้นหาแหล่งกำเนิดของการดำรงอยู่ของทุกๆ สิ่งในพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ผู้ทรงสมบูรณ์แบบและไร้มลทิน เมื่อท่านอยู่ลำพังเขาจะพูดกับพระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) เช่นเดียวกับที่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.) ทรงแต่งตั้งโมเสสแห่งยูดายและศาสดาอื่น ๆ อีกหลายพันคนเป็นผู้นำสารของพระองค์ เพื่อที่จะแก้ไขการกระทำต่างๆ ของประชาชาติเพื่อนำพวกเขาไปสู่พระเจ้าที่แท้จริงการให้เอกภาพและความสูงส่งเหนือสิ่งใดๆ ทั้งปวงแก่พระองค์อัลลอฮ์ (ซบ.)

การสื่อสารเพื่อเปิดเผยความจริงระหว่างท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ)กับพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเดชานุภาพ กินเวลานานถึง ๒๓ ปี จวบจนกระทั่งท่านนบี มุฮัมหมัด (ซ็อลฯ) ได้เสียชีวิตเมื่ออายุได้ ๖๓ ปี โองการศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดเหล่านี้ได้ถูกรวบรวมอยู่ในคัมภีร์แห่งพระผู้เป็นเจ้าที่เรียกว่า “อัลกุรอาน” คัมภีร์แห่งพระผู้เป็นเจ้าที่เป็นแนวทาง เพื่อนำมนุษยชาติทั้งหลายไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอันแท้จริง คัมภีร์แห่งพระผู้เป็นเจ้าที่รวบรวมดำรัสของพระองค์ผู้ทรงเดชานุภาพ ที่ได้แจ้งแก่ท่านนบีมุฮัมหมัด (ซ็อลฯ)ผู้นำสารของพระองค์ เพื่อที่จะถ่ายทอดให้แก่มนุษยชาติต่อไป

เชค มุฮ์ซิน ชะรีอัต  : ผู้เขียน