ประชาชาติแห่งอัลกุรอ่าน

อัศฮาบของอิมามฮูเซนคือ กอรี นักอ่านอัลกุรอ่าน พวกเขาใช้เวลาในคืนอาชูรอ เดือนมุหัรรอมทั้งคืน ในการ ติลาวัตคัมภีร์กุรอ่าน และทำอามั้ลอิบาดัต

501

ประชาชาติแห่งอัลกุรอ่าน (อุมมะตุล กุรอ่าน)

เมื่อกองทัพยาซีดปิดล้อมคาราวานของอิมามฮูเซน(อ)ที่กัรบาลา อิรักฮ.ศ.61   อิมามฮูเซนได้ตะโกนบอกกับคนในกองคารางานของท่านว่า

يا أمة القران هذه الجنة فاطلبوها

โอ้ อุมมะตุลกุรอ่าน ที่นี่คือญันนะฮ์ ดังนั้นพวกท่านจงแสวงหามันเถิด

(ดู เมาซูอะฮ์ กะลิมาต อัลอิมามอัลฮูเซน หน้า 446)

อธิบาย

คำว่า อุมมะฮ์ หมายถึง ญะมาอะฮ์ แปลว่า ประชาชาติ ชนชาติ กลุ่มชน

ยา อุมมะตัลกุรอ่าน หมายถึง ยา ญะมาอะตัลกุรอ่าน

แปลว่า โอ้ประชาชาติแห่งอัลกุรอ่าน

การที่อิม่ามฮูเซนเรียกพวกเขาเช่นนี้คือเกียรติศักดิ์อันสูงส่งที่มนุษย์ได้รับทั้งในโลกดุนยาและอาคิเราะฮ์

แน่นอนบรรดามิตรสหาย(อัศฮาบ)ของอิมามฮูเซน ได้ทำสงครามต่อสู้กับกองทัพยาซีด เพื่อปกป้อง “อัลกุรอ่าน นาติก – กุรอ่านที่มีชีวิตพูดได้” ซึ่งนั่นหมายถึง อิมามฮูเซน

ในฐานะที่นบีมุฮัมมัด(ศ)สั่งเสียอุมมะฮ์ของท่านว่า   จงปฏิบัติตามอัลกุรอ่านและอะฮ์ลุลบัยต์ของท่าน

ซึ่งอิมามฮูเซนคืออะฮ์ลุลบัยต์สุดที่รักของท่านนบี(ศ)

อัศฮาบของอิมามฮูเซนคือ กอรี นักอ่านอัลกุรอ่าน พวกเขาใช้เวลาในคืนอาชูรอ เดือนมุหัรรอมทั้งคืน ในการ ติลาวัตคัมภีร์กุรอ่าน และทำอามั้ลอิบาดัต

และในหมู่พวกเขามีซอฮาบะฮ์นบีคนหนึ่งชื่อ ฮาบีบ บินมะซอเฮ็ร ผู้ที่อิมามฮูเซนได้กล่าวถึงเขาว่า

للهِ دَرُّكَ يا حبيب لقد كنت فاضلً تختم القرآن في ليلة واحدة

โอ้ฮาบีบ ท่านช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ท่านเป็นคนประเสริฐยิ่ง ท่านอ่านกุรอ่านจบทั้งหมดภายในเวลาคืนเดียว

แต่เรากลับพบว่าฝ่ายกองทัพยาซีดได้ทำสงครามเข่นฆ่าอัลกุรอ่านที่มีชีวิตและพวกเขาได้ละทิ้งอัลกุรอ่าน

ด้วยเหตนี้อิมามฮูเซนจึงตั้งฉายาให้พวกทหารเหล่านั้นว่า

نبذة القرآن… محرفو الكتاب

พวกที่ละทิ้งกุรอ่าน…พวกที่บิดเบือนความหมายกุรอ่าน

الَّذِينَ جَعَلُوا الْقُرْآَنَ عِضِينَ

(คือ) บรรดาผู้แบ่งแยกอัลกุรอานเป็นส่วน ๆ

ซูเราะฮ์ อัลฮิจญ์รุ : 91

ทุกยุคมี อุมมะตุลฮูเซน ประชาชาติของฮูเซน และทุกยุคก็มี อุมมะตุลยาซีด ประชาชาติของยาซีด  ขณะที่รัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ประกาศชัดเจนว่า ยิวไซออนิสต์คือศัตรูอิสลาม  แต่ก็มีผู้ปกครองประเทศอาหรับส่วนหนึ่งยอมรับยิวไซออนิสต์เป็นมิตรชัดเจนเช่นกัน

บทความโดย เชคอับดุลญะวาด สว่างวรรณ