ชีอะฮ์แปลว่าอะไร?

ชีอะฮ์คือ บรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านอาลี โดยเฉพาะ และพวกเขากล่าวว่า ท่านอาลีเป็นอิม่ามและเป็นคอลีฟะฮ์ ด้วยตัวบทหลักฐาน(นัศ)และวะซียะฮ์(คำสั่งเสียนบี) ทั้งหลักฐานในที่แจ้งและในที่ลับ

908

ชีอะฮ์แปลว่าอะไร? 

อิบนุมันซูร (ตาย 711 )เจ้าของตำรา ลิซานุลอาหรับ กล่าวว่า

الشِّيعةُ أَتباع الرجل وأَنْصارُه وجمعها شِيَعٌ وأَشْياعٌ جمع الجمع ويقال شايَعَه كما يقال والاهُ من الوَلْيِ

อัชชีอะฮ์ หมายถึง ผู้ปฏิบัติตามบุคคลหนึ่ง และผู้ให้ความช่วยเหลือเขา พหูพจน์ของคำชีอะฮ์คือ ชิย๊ะอ์ และ อัชย๊าอ์ และกล่าวกันว่า(ชีอะฮ์หมายถึง) เขาได้ติดตามเป็นพรรคพวกของบุคคลหนึ่ง เหมือนที่กล่าวว่า เขาได้มีความจงรักภักดีต่อบุคคลหนึ่ง

ดูหนังสือ ลิซานุลอาหรับ เล่ม 8 หน้า 188

อาจมีคนอคติตั้งคำถามอีกว่า ใครบอกว่า

ชีอะฮ์เป็นพวกที่ปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์ และรับความรู้ศาสนาจากอะฮ์ลุลบัยต์

เราจะให้ผู้ตั้งคำถามนี้ ไปเอาคำตอบจากอุละมาอ์ซุนนี่ดังนี้

 

1.ชะฮ์รอสตานี นักปราชญ์ซุนนี่(ตาย  548)กล่าวว่า

الشيعة هم الذين شايعوا عليّاً رضي الله عنه على الخصوص، وقالوا بإمامته وخلافته نصّاً ووصيّة، إما جليّاً وإما خفيّاً، واعتقدوا أن الإمامة لا تخرج من أولاده

ชีอะฮ์คือ บรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านอาลี โดยเฉพาะ และพวกเขากล่าวว่า ท่านอาลีเป็นอิม่ามและเป็นคอลีฟะฮ์ ด้วยตัวบทหลักฐาน(นัศ)และวะซียะฮ์(คำสั่งเสียนบี) ทั้งหลักฐานในที่แจ้งและในที่ลับ และพวกเขามีความเชื่อว่า ตำแหน่งอิม่ามผู้นำ จะไม่ออกไปจากลูกหลานของท่านอาลี

ดู อัลมิลัล วันนิฮัล เล่ม 1 หน้า 146

2.อิบนุมันซูร(ตาย 711)

กล่าวในหนังสือลิซานุลอาหรับ, อัลฟัยรูซอาบาดี ตาย817กล่าวในกอมูซมุฮีต และอัซซุบัยดี ตาย1205 กล่าวในตารุลอูรูซว่า

وقد غلَب هذا الاسم (أي الشيعة) على مَن يتوالى عليّاً وأهل بيته رضوان الله عليهم أجمعين، حتى صار لهم اسماً خاصاً، فإذا قيل: (فلان من الشيعة) عُرف أنه منهم

ส่วนมากชื่อนี้(ชื่อชีอะฮ์)จะใช้เรียกผู้ที่มีความจงรักภักดีต่อท่านอาลีและอะฮ์ลุลบัยต์ของเขา จนมันได้กลายเป็นชื่อสำหรับพวกเขาโดยเฉพาะ เมื่อมีคนกล่าวว่า นายฟูลาน(นามสมมุต)คือชีอะฮ์ ก็รู้กันว่า เขาคือคนหนึ่งจากพวกเขา

ดูลิซานุลอาหรับ เล่ม 8 หน้า 189

หนังสือ กอมูซมูฮีต เล่ม 3 หน้า 49

หนังสือ ตาญุลอุรูซ เล่ม 21 หน้า 303

3.อบูมันซูร อัลอัซฮะรี ตาย 370 กล่าวว่า

والشِّيعةُ قوم يَهْوَوْنَ هَوى عِتْرةِ النبي صلى الله عليه وسلم ويُوالونهم

อัชชีอะฮ์ คือกลุ่มชนที่รักหลงใหลต่อวงศ์วานของท่านนบี(ศ) และเป็นพวกที่จงรักภักดีต่อพวกเขา

ดูลิซานุลอาหรับ เล่ม 8 หน้า 189 และ ตาญุลอุรูซ เล่ม 21 หน้า 303

4.อิบนุค็อลดูน ตาย808 กล่าวว่า

اعلم أنّ الشيعة لغةً: الصَّحْب والأتْبَاع، ويُطلَق في عُرْف الفقهاء والمتكلِّمين من الخلَف والسلف على أَتْبَاع علي وبنيه رضي الله عنهم

จงรู้เถิดว่า ชีอะฮ์ในทางภาษาศาสตร์หมายถึง  การเป็นเพื่อนเป็นพวกและการดำเนินตาม และในบรรดนักวิชาการฟิกฮ์และนักวิชาการกะลาม(เทววิทยา)ทั้งยุคหลังและยุคก่อนจะใช้เรียก บรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านอาลีและบรรดาบุตรหลานของเขา

ดู มุก็อดดิมะฮ์ อิบนิค็อลดูน หน้าที่ 196

  1. อิบนุตัยมียะฮ์ ตาย 728 ได้กล่าวว่า

وَأَمَّا شَرْعِيَّاتِهِمْ فَعُمْدَتُهُمْ فِيهَا عَلَى مَا يُنْقَلُ عَنْ بَعْضِ أَهْلِ الْبَيْتِ ، مِثْلِ أَبِي جَعْفَرٍ الْبَاقِرِ، وَجَعْفَرِ بْنِ مُحَمَّدٍ الصَّادِقِ وَغَيْرِهِمَا

ส่วนเรื่องศาสนบัญญัติต่างๆของพวกเขา(ชีอะฮ์)และฐานอ้างอิงข้อมูลของพวกเขาในเรื่องเหล่านั้นคือ สิ่งที่ถูกรายงานถ่ายทอดมาจากอะฮ์ลุลบัยต์เช่น อิม่ามอบีญะอ์ฟัรอัลบากิร, อิม่ามญะอ์ฟัรบินมุฮัมมัดอัซซอดิก และบุคคลอื่นจากทั้งสอง

وَلَا رَيْبَ أَنَّ هَؤُلَاءِ مِنْ سَادَاتِ الْمُسْلِمِينَ، وَأَئِمَّةِ الدِّينِ، وَلِأَقْوَالِهِمْ مِنَ الْحُرْمَةِ وَالْقَدْرِ مَا يَسْتَحِقُّهُ أَمْثَالُهُمْ، لَكِنْ كَثِيرٌ مِمَّا يُنْقَلُ عَنْهُمْ كَذِبٌ، وَالرَّافِضَةُ لَا خِبْرَةَ لَهَا بِالْأَسَانِيدِ، وَالتَّمْيِيزِ بَيْنَ الثِّقَاتِ وَغَيْرِهِمْ، بَلْ هُمْ فِي ذَلِكَ مِنْ أَشْبَاهِ أَهْلِ الْكِتَابِ، كُلُّ مَا يَجِدُونَهُ فِي الْكُتُبِ مَنْقُولًا عَنْ أَسْلَافِهِمْ قَبِلُوهُ، بِخِلَافِ أَهْلِ السُّنَّةِ ; فَإِنَّ لَهُمْ مِنَ الْخِبْرَةِ بِالْأَسَانِيدِ مَا يُمَيِّزُونَ بِهِ بَيْنَ الصِّدْقِ وَالْكَذِبِ

และไม่ต้องสงสัยว่า พวกเขาเหล่านี้คือประมุขของมุสลิมีนและเป็นผู้นำของศาสนา และคำพูดของพวกเขามีความศักดิ์สิทธิ์และมีคุณค่าอันคู่ควรต่อเขาและที่เหมือนกับพวกเขา แต่ส่วนมากสิ่งที่ถูกถ่ายทอดมาจากอะฮ์ลุลบัยต์คือเรื่องโกหก พวกรอฟิเฎาะฮ์ไม่มีความรู้ในเรื่องสายรายงาน ไม่มีความรู้ในการจำแนกนักรายงานที่เชื่อถือได้ออกจากพวกที่เชื่อไม่ได้ แต่ในเรื่องสายรายงานนั้น พวกเขาเหมือนกับอะฮ์ลุลกิตาบ กล่าวคือ ทุกเรื่องที่พวกเขาพบเจอมันในตำราต่างๆที่ถูกถ่ายทอดมาจากบรรพชนของพวกเขา พวกชีอะฮ์จะรับมันไว้ ซึ่งตรงกันข้ามกับอะฮ์ลุซซุนนะฮ์ พวกเขามีความรู้ในเรื่องสายรายงาน  พวกเขาสามารถจำแนกสิ่งที่เชื่อถือได้ออกจากเรื่องเท็จ

ดู มินฮาญุซซุนนะฮ์ เล่ม 5 หน้า 162

  1. อิบนุกอยยิม ลูกศิษย์อิบนิตัยมียะฮ์ ตาย 751 ได้กล่าวว่า

إن فقهاء الإمامية من أولهم إلى آخرهم ينقلون عن أهل البيت أنه لا يقع الطلاق المحلوف به وهذا متواتر عندهم عن جعفر بن محمد وغيره من أهل البيت و هب أن مكابرا كذبهم كلهم وقال قد تواطئوا على الكذب عن أهل البيت ففي القوم فقهاء وأصحاب علم ونظر في اجتهاد وإن كانوا مخطئين مبتدعين في أمر الصحابة فلا يوجب ذلك الحكم عليهم كلهم بالكذب والجهل وقد روى أصحاب الصحيح عن جماعة من الشيعة وحملوا حديثهم واحتج به المسلمون…

นักวิชาการฟิกฮ์ชีอะฮ์ ตั้งแต่สมัยแรกจนถึงสมัยหลัง พวกเขาจะถ่ายทอดการรายงานมาจากอะฮ์ลุลบัยต์ว่า การหย่าจะไม่ขาดด้วยการสาบานต่อมัน นี่คือเรื่องที่เป็นมุตะวาติรตามทัศนะของพวกเขาที่มาจาก อิมามญะอ์ฟัร บินมุฮัมมัด และอะฮ์ลุลบัยต์คนอื่นๆ จงระวัง คนโอหังที่ปฎิเสธพวกชีอะฮ์ทั้งหมด และได้กล่าวว่าพวกชีอะฮ์ร่วมกันโกหกเรื่องราวที่มาจากอะฮ์ลุลบัยต์ เพราะในหมู่พวกเขามีทั้งนักวิชาการฟิกฮ์และบรรดาผู้มีความรู้และวิสัยทัศน์ในการอิจญ์ติฮ๊าด ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นพวกที่ผิดพลาดและพวกบิดอะฮ์ในเรื่องซอฮาบะฮ์ก็ตาม แต่สิ่งนั้นก็ไม่ได้เป็นเหตุทำให้ต้องตัดสินว่า พวกเขาทั้งหมดโกหกและโง่เขลา และแท้จริงมีบรรดานักรายงานฮะดีษซอฮิฮ์ได้รายงานฮะดีษจากพวกชีอะฮ์กลุ่มหนึ่ง และพวกเขาได้แบกถือฮะดีษของพวกชีอะฮ์เอาไว้ และบรรดามุสลิมก็ได้ใช้มัน(ฮะดีษของชีอะฮ์)มาอ้างอิงเป็นหลักฐาน….

ดู อัซซอวาอิก อัลมุรซะละฮ์ เล่ม 1 หน้า 616 – 617

  1. อามิร บินอับดุลลอฮ์ ฟาลิ๊ห์ สะลาฟีร่วมสมัยได้กล่าวในคำนำหนังสือมุอ์ญัมอัลฟาซ อัลอะกีดะฮ์ว่า

اخترت أوثق الأقوال في كثير من المسائل لعلماء متقدمين ومتأخرين ومعاصرين…

ผมได้คัดเลือกคำพูดน่าเชื่อถือมากที่สุดในส่วนมากจากปัญหาต่างๆของอุละมาอ์ยุคก่อน ยุคหลัง และยุคร่วมสมัย…

และอามิร บินอับดุลลอฮ์ ฟาลิ๊ห์ ได้ให้นิยามต่อชีอะฮ์ว่า

الشيعة : هم الذين شايعوا عليا على الخصوص ، وقالوا بإمامته وخلافته نصا ووصاية إما جليا وإما خفيا ، وقالوا أن الإمامة لا تخرج عن أولاده وإن خرجت فبظلم من غيره أو بتقية من عنده

อัชชีอะฮ์คือ บรรดาผู้ปฏิบัติตามท่านอาลีโดยเฉพาะ และพวกเขากล่าวว่า ท่านอาลีเป็นอิม่ามและเป็นคอลีฟะฮ์ ด้วยตัวบทหลักฐาน(นัศ)และวะซียะฮ์(คำสั่งเสียนบี) ทั้งหลักฐานในที่แจ้งและในที่ลับ และพวกเขากล่าวว่า ตำแหน่งผู้นำ จะไม่ออกไปจากลูกหลานของอะลี และถ้าหากหลุดออกไป ก็จะเป็นความอธรรมจากบุคคลอื่นจากเขา หรือไม่ก็ด้วยการตะกียะฮ์ จากเขา

ดู มุอ์ญัม อัลฟาซ อัลอะกีดะฮ์ หน้าที่ 247

จะเห็นได้ว่า ตามคำพูดที่ชัดเจนของอุละมาอ์ซุนนี่และวาฮาบีตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน ได้ให้ความหมายคำ “ชีอะฮ์” ว่า พวกที่ปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์ พวกที่รับความรู้ทางศาสนาจากอะฮ์ลุลบัยต์

ดังนั้น ชีอะฮ์คือ พวกที่ปฏิบัติตามกิตาบุลเลาะฮ์ ที่ตรัสชัดเจนว่า

وَمَا آَتَاكُمُ الرَّسُولُ فَخُذُوهُ وَمَا نَهَاكُمْ عَنْهُ فَانْتَهُوا

และสิ่งใดที่รอซูลได้นำมายังพวกเจ้าจงยึดเอาไว้

และสิ่งใดที่เขาได้ห้ามพวกเจ้า ก็จงละเว้นเสีย

ซูเราะฮ์อัลฮัชรุ : 7

ชีอะฮ์คือพวกที่ปฏิบัติตามนบีมุฮัมมัด(ศ)ที่สั่งเสียให้ยึดมั่นต่อกิตาบุลเลาะฮ์และอะฮ์ลุลบัยต์ โดยอุละมาอ์ซุนนี่และวาฮาบีเป็นพยานยืนยันในเรื่องนี้

ในทางกลับกัน หากเราตั้งคำถามว่า

พวกคุณปฏิบัติตามอะฮ์ลุลบัยต์ไหม เพราะนบีสั่งให้ยึดมั่นต่อพวกเขา หรือคุณไม่ยึดมั่นต่ออะฮ์ลุลบัยต์

เราจะมอบคำถามนี้ให้อิบนุตัยมียะฮ์เป็นผู้ตอบ เพราะเขาจะบอกให้เรารู้ถึงความจริงในเรื่องนี้

เมื่ออัลลามะฮ์ฮิลลี่อาลิมชีอะฮ์ตาย 726 ได้กล่าวว่า อุละมาอ์ซุนนี่ได้ย้อนกลับไปหาท่านอาลีในเรื่องฟิกฮ์

อิบนุตัยมียะฮ์ ตาย 728 ได้ตอบโต้ว่า

أَنَّ هَذَا كَذِبٌ بَيِّنٌ، فَلَيْسَ فِي الْأَئِمَّةِ الْأَرْبَعَةِ (وَلَا غَيْرِهِمْ مِنْ أَئِمَّةِ الْفُقَهَاءِ) مَنْ يَرْجِعُ إِلَيْهِ فِي فِقْهِهِ،

นี่คือการโกหกชัดเจน บรรดาอิหม่ามสี่มัซฮับและบรรดาอิหม่ามทางด้านฟิกฮ์) ไม่มีคนใดย้อนกลับไปหาท่านอาลีในเรื่องฟิกฮ์ของเขาเลย

أَمَّا مَالِكٌ، فَإِنَّ عِلْمَهُ عَنْ أَهْلِ الْمَدِينَةِ، وَأَهْلُ الْمَدِينَةِ لَا يَكَادُونَ يَأْخُذُونَ بِقَوْلِ عَلِيٍّ، بَلْ أَخَذُوا فِقْهَهُمْ عَنِ الْفُقَهَاءِ السَّبْعَةِ عَنْ زَيْدٍ، وَعُمَرَ، وَابْنِ عُمَرَ، وَنَحْوِهِمْ.

อิหม่ามมาลิก ความรู้ของเขาได้มาจากชาวมะดีนะฮ์ และชาวมะดีนะฮ์แทบไม่ได้รับคำพูดของท่านอาลีเลย แต่ทว่าฟิกฮ์ของชาวมะดีนะฮ์ได้มาจากนักวิชาการฟิกฮ์ทั้งเจ็ดคือ ท่านเซด,ท่านอุมัร,ท่านอิบนุอุมัรและคนอื่นๆเป็นต้น

أَمَّا الشَّافِعِيُّ فَإِنَّهُ تَفَقَّهَ أَوَّلًا عَلَى الْمَكِّيِّينَ أَصْحَابِ ابْنِ جُرَيْجٍ، كَسَعِيدِ بْنِ سَالِمٍ الْقَدَّاحِ، وَمُسْلِمِ بْنِ خَالِدٍ الزَّنْجِيِّ. وَابْنُ جُرَيْجٍ أَخَذَ ذَلِكَ عَنْ أَصْحَابِ ابْنِ عَبَّاسٍ،، كَعَطَاءٍ وَغَيْرِهِ، وَابْنُ عَبَّاسٍ كَانَ مُجْتَهِدًا مُسْتَقِلًّا، وَكَانَ إِذَا أَفْتَى بِقَوْلِ الصَّحَابَةِ أَفْتَى بِقَوْلِ أَبِي بَكْرٍ وَعُمَرَ لَا بِقَوْلِ عَلِيٍّ، وَكَانَ يُنْكِرُ عَلَى عَلِيٍّ أَشْيَاءَ

อิหม่ามชาฟิอี ตอนแรกได้ศึกษาความรู้กับชาวมักกะฮ์ ซึ่งเป็นบรรดาศิษย์ของอิบนุญูเรจเช่น สะอีด บินซาลิม อัลก็อดด๊าห์, มุสลิม บินคอลิด อัซซันญี

ส่วนอิบนุญูเรจได้รับความรู้จากบรรดาศิษย์ของอิบนิอับบาสเช่น อะฎออ์และคนอื่นๆ

ส่วนอิบนุอับบาสนั้นเป็นมุจญ์ตะฮิดที่เอกเทศ เมื่อเขาจะออกคำฟัตวาด้วยทัศนะของซอฮาบะฮ์ เขาก็จะออกคำฟัตวาด้วยคำพูดของท่านอบูบักร,ท่านอุมัรไม่ใช่ด้วยคำพูดของท่านอาลี และเขาไม่ได้ปฎิเสธท่านอาลีในเรื่องต่างๆ

ثُمَّ إِنَّ الشَّافِعِيَّ أَخَذَ عَنْ مَالِكٍ، ثُمَّ كَتَبَ كُتُبَ أَهْلِ الْعِرَاقِ، وَأَخَذَ مَذَاهِبَ أَهْلِ الْحَدِيثِ، وَاخْتَارَ لِنَفْسِهِ

ต่อมาอิหม่ามชาฟิอีได้รับเอาความรู้จากอิหม่ามมาลิก แล้วเขาได้บันทึกตามตำราของชาวอิรัก และเขาได้รับเอามัซฮับต่างๆอะฮ์ลุลฮะดีษ แล้วเขาได้เลือกให้กับตัวเขาเอง

وَأَمَّا أَبُو حَنِيفَةَ فَشَيْخُهُ الَّذِي اخْتُصَّ بِهِ حَمَّادُ بْنُ أَبِي سُلَيْمَانَ، وَحَمَّادٌ عَنْ إِبْرَاهِيمَ، وَإِبْرَاهِيمُ عَنْ عَلْقَمَةَ، وَعَلْقَمَةُ عَنِ ابْنِ مَسْعُودٍ، وَقَدْ أَخَذَ أَبُو حَنِيفَةَ عَنْ عَطَاءٍ، وَغَيْرِهِ

อิหม่ามอบูฮะนีฟะฮ์ ครูของเขาที่เรียนกับเขาเป็นพิเศษคือ ฮัมหมาด บิน อบีสุลัยมาน, ฮัมหมาด บินอิบรอฮีม

ส่วนอิบรอฮีมรับความรู้จากอัลกอมะฮ์ และอัลกอมะฮ์รับความรู้จากอิบนุมัสอูด และอิหม่ามอบูฮะนีฟะฮ์รับความรู้จากอะฎออ์และคนอื่นๆ

وَأَمَّا الْإِمَامُ أَحْمَدُ فَكَانَ عَلَى مَذْهَبِ أَهْلِ الْحَدِيثِ، أَخَذَ عَنِ ابْنِ عُيَيْنَةَ، وَابْنُ عُيَيْنَةَ عَنْ عَمْرِو بْنِ دِينَارٍ، عَنِ ابْنِ عَبَّاسٍ، وَابْنِ عُمَرَ، وَأَخَذَ عَنْ هِشَامِ بْنِ بَشِيرٍ، وَهِشَامٌ عَنْ أَصْحَابِ الْحَسَنِ وَإِبْرَاهِيمَ النَّخَعِيِّ، وَأَخَذَ عَنْ عَبْدِ الرَّحْمَنِ بْنِ مَهْدِيٍّ، وَوَكِيعِ بْنِ الْجَرَّاحِ وَأَمْثَالِهِمَا، وَجَالَسَ الشَّافِعِيَّ، وَأَخَذَ عَنْ أَبِي يُوسُفَ، وَاخْتَارَ لِنَفْسِهِ قَوْلًا، وَكَذَلِكَ إِسْحَاقُ بْنُ رَاهَوَيْهِ، وَأَبُو عُبَيْدٍ وَنَحْوُهُمْ

อิหม่ามอะหมัดนั้นอยู่บนมัซฮับของอะฮ์ลุลฮะดีษ เขารับความรู้จากอิบนุอุยัยนะฮ์ และอิบนุอุยัยนะฮ์รับความรู้จากอัมรู บินดีนาร ที่ได้จากท่านอิบนิอับบาส,ท่านอิบนิอุมัร และเขารับความรู้จากฮิชาม บินบาชีร และฮิชามรับความรู้จากบรรดาศิษย์ของฮาซัน(บัซรี่)และอิบรอฮีม อันนะคออี และเขารับความรู้จากอับดุลเราะห์มาน บินมะฮ์ดีและวาเกี๊ยะอ์ บินอัลญัรรอห์ และบรรดาผู้ที่เหมือนกับทั้งสอง และเขาได้นั่งร่วมวงกับอิหม่ามชาฟิอี และเขารับความรู้จากอบียูสุฟ แล้วเขาได้เลือกทัศนะให้กับตัวเขาเอง เช่นเดียวกับอิสฮาก บินรอฮะวัยฮ์ ,อบูอุบัยด์และคนอื่นๆเป็นต้น

وَالْأَوْزَاعِيُّ وَاللَّيْثُ أَكْثَرُ فِقْهِهِمَا عَنْ أَهْلِ الْمَدِينَةِ، وَأَمْثَالِهِمْ، لَا عَنِ الْكُوفِيِّينَ

และอิหม่ามเอาซาอีและอิหม่ามอัลลัยษ์ ฟิกฮ์ของทั้งสองคนส่วนมากได้รับมาจากชาวมะดีนะฮ์หรือคนที่เหมือนกับพวกเขา ทั้งสองไม่ได้รับความรู้มาจากชาวกูฟะฮ์

ดู มินฮาญุซซุนนะฮ์  เล่ม หน้า 529 – 531

นี่คือหลักฐานยืนยันชัดเจนจากอิบนุตัยมียะฮ์ว่า

อะฮ์ลุซซุนนะฮ์ วัลญะมาอะฮ์ อิหม่ามหัวหน้าแห่งมัซฮับทั้งสี่นั้นไม่ได้ย้อนกลับไปหาอิม่ามอาลีหรืออะฮ์ลุลบัยต์ ไม่ได้เอาความรู้เรื่องฟิกฮ์(นิติศาสตร์อิสลาม)จากอะฮ์ลุลบัยต์นบี

แล้วพวกคุณจะอ้างว่า อะฮ์ลุซซุนนะฮ์คือผู้ปฏิบัติตามคำสั่งเสียของท่านศาสดา(ศ)ได้อย่างไร??? 

บทความ โดย เชคอับดุลญะวาด สว่างวรรณ