อิมามโคมัยนีกับเอกภาพประชาชาติอิสลาม(ตอนที่ 3)

ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้ใช้จุดร่วมเรียกร้องทุกคนไปสู่ความสมานฉันท์ทั้งที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม ท่านได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวคริสต์บนโลกนี้ทุกคน

279

 ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้ใช้จุดร่วมเรียกร้องทุกคนไปสู่ความสมานฉันท์ทั้งที่เป็นมุสลิม และไม่ใช่มุสลิม ท่านได้ส่งสาส์นแสดงความยินดีกับพี่น้องชาวคริสต์บนโลกนี้ทุกคน เนื่องในวันประสูติท่านศาสดาอีซา (อ.) หรือพระเยซู โดยอ้างอิงถึงโองการที่มีอยู่ในอัล-กุรอานและคัมภีร์อินญีล ว่า

“بسم الله الرحمن الرحيم”

يَا أَيُّهَا الَّذِينَ آمَنُواْ كُونُواْ قَوَّامِينَ لِلّهِ شُهَدَاء بِالْقِسْطِ وَلاَ يَجْرِمَنَّكُمْ شَنَآنُ قَوْمٍ عَلَى أَلاَّ تَعْدِلُواْ اعْدِلُواْ هُوَ أَقْرَبُ لِلتَّقْوَى وَاتَّقُواْ اللّهَ إِنَّ اللّهَ خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ

โอ้ ผู้ศรัทธาทั้งหลาย  จงเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีเพื่ออัลลอฮฺ เป็นพยานด้วยความเที่ยงธรรมและจงอย่าให้การเกลียดชังพวกหนึ่งพวกใด อันทำให้พวกเจ้าไม่ยุติธรรม จงยุติธรรมเถิด เนื่องจากนั่นเป็นสิ่งที่ใกล้กับความยำเกรงยิ่งกว่า จงสำรวมตนต่ออัลลอฮ์ แท้จริง อัลลอฮฺ เป็นผู้ทรงรอบรู้อย่างละเอียดในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำกัน (อัล-กุรอานบท มาอิดะฮฺ / 8)

อิลญีล มะตา กล่าวว่า ขอแสดงความดีใจกับบุคคลที่หิวและกระหายความยุติธรรม ซึ่งพวกเขาจะไม่อิ่มหนำเลย

อิลญีล มะตา กล่าวอีกว่า ขอแสดงความยินดีกับบุคคลที่ได้อดทนลำบากจนได้รับอนิจสงจากความยุติธรรม และเนื่องจากสวรรค์นั้นเป็นสิทธิ์ของพวกเขา

วันตรุษ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติท่านศาสดาอีซา (อ.) ซึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งมาเพื่อสร้างความยุติธรรม และแพร่เมตตาธรรมแก่ประชาโลกทั้งหลาย คำสอนแห่งฟากฟ้าที่ทรงสอนให้ต่อสู้กับบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย และทรงให้ประณามการกระทำของพวกเขา ขณะเดียวกันทรงสนับสนุนส่งเสริมบรรดาผู้อ่อนแอกว่าบนโลกนี้ เนื่องในวันคล้ายวันประสูติของพระเยซู ขออำนวยพรความสุขแก่ประชาชาติที่อ่อนแอบนโลกนี้ และแก่บรรดาคริสเตียนเพื่อนร่วมชาติทั้งหลาย

ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้กล่าวแก่บรรดาบาทหลวงทั้งหลาย และหลวงพ่อที่ปฏิบัติตามแนวทางของศาสดาอีซา ซึ่งท่านทั้งหลายได้ให้การสนับสนุนบรรดาผู้ที่อ่อนแอบนโลกนี้ ดังนั้น เพื่อความพึงพอใจของพระเจ้าพวกท่านพึงปฏิบัติตามคำสั่งสอนของศาสดาเยซูเถิด และจงร่วมกันประณามผู้อธรรมทั้งหลายบนหน้าแผ่นดิน

ขอแสดงความยินดีกับบุคคลที่หิวกระหายความยุติธรรม และได้ทนลำบากจนกระทั่งได้รับประโยชน์จากความยุติธรรมนั้น และขอแสดงความเสียใจต่อบุคคลที่ฝ่าฝืนและไม่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของท่านศาสดาอีซา (อ.) อีกทั้งยังฝ่าฝืนคำสั่งสอนของบรรดาศาสดาทั้งหมดที่ถูกประทานลงมา จนผลประโยชน์ไปตกกับพวกอธรรม พวกลิดรอนสิทธิของคนอื่น พวกที่ไม่ใส่ใจต่อสิทธิมนุษย์ชน โอ้ พี่น้องชาวคริสต์และผู้ปฏิบัติตามศาสดาอีซารูฮลลอฮฺทั้งหลาย พวกท่านจงลุกขึ้นต่อต้านและปกป้องเกียรติยศของอีซาเถิด พวกท่านจงอย่าปล่อยให้เหล่าศัตรูที่ฝ่าฝืนคำสั่งสอนของพระเยซู และคำสอนแห่งฟากฟ้าสร้างความบิดเบือน และแนะนำประชาชาติคริสเตียน และบรรดาบาทหลวงว่าเป็นผู้ยากไร้ ไม่มีสกุลรุนชาติ

พวกท่านต้องไม่อนุญาตให้พวกอภิมหาอำนาจมาปรากฏตัวตามโบสถ์ต่างๆ เพื่อแสดงตนเป็นผู้เคร่งครัด และยกมือขอพรต่อพระเจ้าให้แผ่เมตตาแก่ผู้ยากไร้ ซึ่งพวกเขาไม่ต้องการสิ่งใดนอกจากอำนาจและบารมี และต้องการฝ่าฝืนคำสอนแห่งฟากฟ้าเพื่อเป็นการเยอะเย้ยบรรดาผู้เคร่งครัดศาสนาทั้งหลาย

ประชาของเราหลายปีที่ผ่านมาได้รับการทารุณกรรมจากบรรดาผู้อธรรมทั้งหลาย กว่าจะมีวันนี้ได้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานมาอย่างแสนสาหัส

โอ้ พี่น้องชาวติคริสเตียนทั้งหลายอะไรเกิดขึ้นหรือ จิมมี คาร์เตอร์ จึงได้สังหารประชาชนที่ไม่มีทางต่อสู้ในประเทศอิหร่าน เวียดนาม ฟิลิปปินส์ เลบานอน และในที่อื่นอีก ปัจจุบันเขาต้องการขึ้นสู่ตำแหนงประธานาธิบดี และต้องการดำเนินการกดขี่ต่อไป ประชาชาติที่อ่อนไม่อาจทำอะไรได้นอกจาก ยกมือขอพรต่อพระเจ้า เสียงโอดครวญจากโบสถ์ต่างได้ดังกึกก้องขึ้น

โอ้ บรรดาหลวงพ่อ และบาทหลวงทั้งหลายโปรดลุกขึ้นยืนเถิด และโปรดช่วยเหลืออีซาให้รอดพ้นจากเคี้ยวเล็บของผู้กดขี่เถิด ปัจจุบันนี้พวกเขาได้กลายเป็นผู้เคร่งศาสนาวิงวอนขอพรจากอีซา ให้สนับสนุกการกดขี่ของพวกเขา พวกเขาได้ใช้ บทขอพรบังหน้า เพื่อสร้างความกดขี่ข่มเหงต่อประชาชาติ ทั้งที่คำสั่งจากฟากฟ้าถูกประทานลงมาเพื่อช่วยเหลือบรรดาผู้ที่ได้รับการกดขี่ข่มเหงบนหน้าแผ่นดิน โอ้ บรรดาผู้ได้รับการกดขี่ข่มเหงทั้งหลายพวกท่านจงลุกขึ้นยืนเถิด และช่วยกันขับไล่บรรดาผู้อธรรมออกไปจากบ้านเมืองของท่าน และจงรู้ไว้เถิดว่าอัลลอฮฺทรงมีพันธสัญญาให้ผู้ได้รับการกดขี่บนหน้าแผ่นดิน เป็นผู้สืบทอดมรดกการปกครองของพระองค์

โอ้ ประชาชนชาวอเมริกา พวกท่านอย่าไห้หลงเชื่อคารมผู้นำของท่าน ที่เขาประกาศว่าจะขยายอำนาจและสร้างความสุขให้คนอเมริกา เหล่านั้นเป็นเพียงคำพูดเพ้อฝัน พวกท่านอย่าได้หลงฟังเด็ดขาด และจงรู้ไว้เถิดว่าเยาวชนของเรานั้นจะปฏิบัติการโต้ตอบกับพวกระรานอย่างสาสม คำสั่งของอิสลามสอน คือความเมตตาแก่บรรดาเชลยทั้งหลาย แม้ว่าเขาจะเป็นผู้อธรรมก็ตาม

โอ้ ประชาชนขาวอเมริกา พวกท่านพึงขอร้องให้จิมมี คาร์เตอร์ส่งชาฮฺผู้อธรรม ผู้ก่ออาชญากรรมคืนอิหร่านเถิด เนื่องจากกุญแจของสายลับอยู่ในมือเขา พวกท่านไม่ใช่หรือที่เป็นผู้ลั่นกรองตีฆ้อง และวิงวอนขอต่อพระเจ้าว่าขอให้พระองค์ แสดงความยุติธรรมกับเขา ทั้งที่เขาไม่เคยแสดงความยุติธรรมกับผู้ใดเลย หน้ายินดีสำหรับบุคคลที่ได้ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม และพวกเขาได้รับอนิจสงเหล่านั้น [13]

รูฮุลลอฮฺ อัลมูซาวีย อัลโคมัยนี ยังได้พิสูจน์ให้พวกโซโรแอสเตอร์ พวกกะรีมียาน และคริสเตียนได้เห็นว่าสาส์แห่งฟากฟ้าของบรรดาศาสดาแห่งพระเจ้า ได้ถูกประทานลงมาเพื่อขจัดชนชั้นวรรณะ และปฏิเสธการกดขี่ข่มเหงโดยสิ้นเชิง ท่านได้กล่าวกับประชาชาติเหล่านั้นว่า ..

“บรรดาศาสดาผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายนับตั้งแต่อาดัม (อ.) จนถึงศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ได้นำสารมาสั่งสอนมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาสดาที่เป็นเจ้าของบทบัญญัติ ซึ่งทั้งหมดได้ถือธงชัยแห่งเตาฮีดและเรียกร้องความยุติธรรม ให้บังเกิดขึ้นในหมู่ประชาชาติทั้งหลาย บรรดาศาสดาที่ถูกประทานลงมาไม่ได้ทำหน้าที่ปรับปรุงสังคมเพียงอย่างเดียว ทว่าท่านได้ถูกส่งมาเพื่ออบรมจริยธรรมแก่มวลมนุษย์ ขัดเกลาและยกระดับจิตใจมนุษย์ให้สูงส่ง สิ่งใดที่ท่านได้สอนสิ่งนั้นท่านได้ปฏิบัติด้วย พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะสร้างและพัฒนามนุษย์ และต้องการให้ความเป็นมนุษย์ของเขาเติบโตไปในแนวทางที่ดี พระจึงประทานศาสดาลงมา และทั้งหมดได้พยายามปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างดีเยี่ยม”[14]

ท่านอิมามโคมัยนี้ (รฎ.) ได้ย่างก้าวไปข้างหน้าอย่างองอาจอีกก้าวหนึ่ง ท่านได้พยายามเชิญชวนผู้ได้รับการกดขี่ทุกคนบนโลกนี้ ไม่ว่าเขาจะอยู่ในนิกายใดหรือศาสนาใดก็ตาม ขอให้พวกเขามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อปกป้องสิทธิของตนจากน้ำมือของผู้อธรรมบนหน้าแผ่นดิน หรือทวงสิทธิของตนจากพวกเขา ท่านอิมามกล่าวว่า ..“ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งบนโลกนี้อาจเกิดพรรคนามว่า พรรคของผู้ได้รับการกดขี่ ขึ้น และบรรดาผู้ได้รับการกดขี่ทั่วทั้งโลกต่างเข้าเป็นสมาชิกของพรรคนี้ พวกเขาต่างช่วยกันขจัดอุปสรรคปัญหาที่กีดขวางเส้นทาง ร่วมมือกันต่อสู้กับบรรดาผู้อธรรมบนหน้าแผ่นดิน ตลอดจนบรรดาผู้ประจบสอพลอทั้งตะวันออกและตะวันตก และพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ผู้กดขี่มาข่มเหงบรรดาผู้อ่อนแออีกต่อไป เสียงเรียกร้องของอิสลาม และพันธสัญญาของอิสลามคือ การจัดตั้งรัฐบาลเพื่อปกครองบรรดาผู้อธรรม เนื่องจากพระเจ้าทรงสัญญาว่าผู้สืบทอดมรดกของพระองค์บนหน้าแผ่นดินคือ บรรดาผู้อ่อนแอ จนถึงปัจจุบันนี้บรรดาผู้อ่อนแอกระจัดกระจายและแตกแยกกัน ซึ่งพวกเขาแยกกันทำงาน ขณะเดียวกันตัวอย่างของการสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างผู้อ่อนแอบนโลก ท่านสามารถมองดูได้จากประเทศมุสลิมบางประเทศที่กระทำ ซึ่งแนวทางนี้จะต้องแผ่ขยายออกไปอย่างกว้างขวางทั่วทั้งโลก และจะต้องเกิดขึ้นในทุกเผ่าพันธุ์ของมนุษยชาติ ภายใต้ชื่อพรรคว่า พรรคของผู้อ่อนแอ ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วพรรคนี้ก็คือ พลพรรคของอัลลอฮฺนั่นเอง เป็นพรรคที่เกิดขึ้นบนเจตนารมณ์และความประสงค์ของพระองค์ดังที่ตรัสว่า ผู้อ่อนแอคือผู้สืบทอดมรดกของฉัน ดังนั้น ฉันจึงขอเชิญชวนผู้อ่อนแอทุกคนบนโลกนี้ให้เข้าเป็นสมาชิกพรรคผู้อ่อนแอ และร่วมกันแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเกิดในประเทศใดหรือว่าประชาชาติใดก็ตาม”[15]

ท่านอิมามโคมัยนี (รฏ.) ได้สนับสนุนบรรดาผู้ที่ถูกกดขี่บนโลกนี้โดยไม่แบ่งเชื้อชาติหรือภาษา ในทัศนะของท่านถ้าเป็นผู้ถูกกดขี่แล้วไม่ว่าจะเป็นชาวอิหร่าน อัฟกานิสถาน เลบานอน แอฟริกา หรือแม้แต่อเมริกาทั้งหมดเท่าเทียมกัน  บนพื้นฐานดังกล่าวจะเห็นว่าเมื่อครั้นที่สายลับอเมริกันถูกจับเป็นเชลยในอิหร่าน ท่านอิมามได้สั่งให้ปล่อยชนผิวดำ สตรี และเด็ก ด้วยเหตุผลที่ว่าคนเหล่านี้ขณะอยู่ในอเมริกาพวกเขาก็ได้รับการกดขี่ อีกด้านหนึ่งมัสญิดในรัสเซียเก่าไม่สามารถเปิดอะซานได้ แต่หลังจากการปฏิวัติอิสลามในอิหร่านประสบชัยชนะ ได้สร้างความดีใจแก่มุสลิมรัสเซียเป็นอย่างยิ่ง ท่านอิมามได้ส่งสาส์นถึงคาร์บาชอพ ประธานาธิบดีคนสุดท้ายของรัสเซีย เพื่อย้ำเตือนเขา

เมื่อมัสญิดได้ถูกเปิดอีกครั้งหลังจากถูกสั่งปิดมานานถึง 70 ปี เสียงอะซาน อัลลอฮุอักบัร และคำปฏิญาณยืนยันสภาวะการเป็นนบีของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อล ฯ) ได้ดังขึ้นอีกครั้ง คราบน้ำตาได้ไหลรินอย่างท้วมท้นจากผู้ยึดมั่นในแนวทางของท่านศาสดา[16]

ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) กล่าวในอีกที่หนึ่งว่า “จำเป็นอย่างยิ่งที่นักศึกษามหาวิทยาลัยกับบรรดานักการศาสนาต้องร่วมมือกัน ให้เกียรติกันและกัน นักศึกษามหาวิทยาลัยต้องให้เกียรตินักศึกษาศาสนา และนักศึกษาศาสนาก็ต้องให้เกียรตินักศึกษา อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงให้เกียรติทั้งสองฝ่าย บรรดาอะฮฺลุลบัยตฺ (อ.) และวะฮฺยูได้กำชับประเด็นนี้แก่ประชาชาติของตน บรรดานักการศาสนานั้นมีอำนาจ การสูญเสียพวกเขาไป อัลลอฮฺ ไม่ทรงทำให้ศาสนาของพระองค์ตกต่ำ”

สิ่งที่ท่านอิมามโคมัยนี (รฎ.) ได้พยายามทำคือ การรวมเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างสถาบันศาสนาและมหาวิทยาลัย ท่านทราบดีว่าตราบที่องค์กรทั้งสองไม่สามารถร่วมกันได้ สังคมย่อมแตกแยกและความหายนะย่อมบังเกิดขึ้นอย่างแน่นอน อิมามพยายามเรียกร้องทุกฝ่ายบนหลักการร่วม ระหว่างนักคิดและนักวิชาการให้ดำเนินไปบนเป้าหมายเดียวกัน ด้วยเหตุนี้ ท่านอิมามโคมัยนี้ ได้ตอบจดหมายของ มุฮัมมัด อันซอรียฺ ที่ถามท่านเกี่ยวกับการตั้งพรรคที่เกิดขึ้นหลายพรรค ท่านตอบว่า เรื่องนี้มีความชัดเจนอย่างยิ่ง ระหว่างกลุ่มชนกับพรรคการเมืองที่มีอยู่ ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการปฏิวัติ ถ้าแม้ว่าพวกเขาอาจมีความเห็นไม่ตรงกันบ้าง นั่นก็เป็นเพียงความแตกต่างทางการเมือง แม้ว่าจะมีความศรัทธาปะปนเข้าไปบ้างก็ตาม เพราะอะไร ก็เพราะว่าทุกคนมีหลักศรัทธาร่วมกัน ด้วยเหตุนี้ ส่วนตัวฉันจึงไม่เห็นว่าจะมีความขัดแย้งกัน เพราะพวกเขาซื่อสัตย์ต่ออิสลาม อัล-กุรอาน และการปฏิวัติ หัวใจของพวกเขาต้องการรับใช้ประเทศชาติและประชาชน ซึ่งทั้งหมดได้เสียสละเพื่อความก้าวหน้า ความสำเร็จของอิสลาม และเพื่อรับใช้มุสลิม ซึ่งส่วนใหญ่ต้องการให้ประเทศชาติของเขาเป็นอิสระ มีอำนาจเป็นตัวของตัวเองไม่ต้องพึงอำนาจของประเทศอื่นใด ทั้งสองพรรคมีเป้าหมายเดี่ยวกันคือ ต้องการพัฒนาอิหร่านให้มีความก้าวหน้าทั้งด้านเศรษฐกิจ และสังคม ทั้งสองพรรคต้องการพัฒนาวัฒนธรรมอิหร่านให้มีความสูงส่ง พัฒนาความรู้ให้มีความก้าวหน้าทันสมัย ต้องการผลิตนักวิชาการและนักวิทยาศาสตร์ในประเทศ ต้องการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางของความรู้ เมื่อเป็นเช่นนี้ แล้วพวกเขาขัดแย้งอะไรกันหรือ พวกเขาต่างมีความเชื่อว่าแนวทางของตนเท่านั้นที่สามารถนำพาประเทศชาติไปสู่เปาหมายได้ แต่ทั้งสองฝ่ายต้องสำนึกตลอดเวลา ถ้าหากต้องการใช้สถานการณ์ก็ต้องใช้ไปบนพื้นฐานของการปกปักรักษาอิสลาม ต้องปกป้องการปฏิวัติ ต้องไม่มีอคติต่อการปฏิวัติ ต้องสอนให้ประชาชนโกรธเกลียดระบบทุนนิยมตะวันตก ซึ่งเจ้านายของพวกเขาคือ รัฐบาลอเมริกา หรือจอมเขมือบโลกเช่นคอมมิวนิสต์ หรือสังคมนิยม ซึ่งหัวหน้าของพวกเขาคือ รัสเซีย ดังนั้น ทั้งสองต้องพยายามทำการเมืองในลักษณะที่ว่าไม่มีตะวันออก ไม่มีตะวันตก มีแต่รัฐอิสลาม และต้องไม่เลยขอบเขตความเป็นอิสลาม เพราถ้าหากละเมิดขอบเขตของอิสลามแม้เพียงเล็กน้อย พวกเขาจะต้องถูกดัดให้ตรงด้วยคมดาบของอิสลาม ทั้งสองพรรคต้องรู้ตัวอยู่เสมอว่าเขามีศัตรูร่วมกัน ซึ่งศัตรูจะไม่มีวันเมตตาทั้งสองพรรคอย่างแน่นอน ทั้งสองต้องคอยระวังรัฐบาลอเมริกาจอมเขมือบโลก และรัสเซียจอมทยศหักหลัง ทั้งสองพรรคต้องปลุกเร้าให้ประชาชนตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทั้งสองพรรคต้องไม่หลงกลอเมริกา ซึ่งเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของอิสลาม ทั้งสองพรรคต้องไม่ลืมเลือนหรือหลงกลเท่ห์เพทุบาย นักล่าอาณานิคม  และต้องรู้เสมอว่าอเมริกาและรัสเซีย ไม่เคยหวังดีต่ออิสลามเลยแม้แต่นิดเดียว[17]