ท่านอิมามริฎอ (อ.) ผู้ฟื้นฟูซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ)

0

ครั้งหนึ่งมะอ์มูนได้ขอให้ท่านอิมามริฎอ (อ.) ออกไปนำนมาซอีด ในช่วงแรกทีเดียวนั้นท่านอิมาม (อ.) ไม่ยอมรับคำร้องขอของเขา จนกระทั้งมะอ์มูนยืนกรานและรบเร้าท่าน ท่านอิมาม (อ.) จึงกล่าวว่า “…ฉันจะออกไป (สู่การนมาซอีด) เหมือนดังที่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ได้ออกไป” (อัลอิรชาด , เชคมุฟีด , เล่มที่ 2 , หน้าที่ 256 และ 257 )

มะอ์มูน ยอมรับข้อเสนอของท่านอิมามริฎอ (อ.) ท่านอิมามจึงออกเดินทางด้วยเท้าเปล่า หลังจากเดินทางไปได้สักชั่วครู่หนึ่ง ท่านอิมาม (อ.) ได้เงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับกล่าวคำตักบีร (สดุดีความยิ่งใหญ่ของพระผู้เป็นเจ้า) บรรดาผู้ร่วมทางและคนรับใช้ที่ติดตามท่านก็ได้กล่าวคำตักบีรไปพร้อมกับท่านด้วยเสียงที่กึกก้อง ประหนึ่งว่าฟากฟ้าและประตูกำแพงทั้งหลายก็กล่าวคำตักบีรไปพร้อมกับท่านด้วย เมื่อประชาชนที่ได้เห็นท่านอิมามริฎอ (อ.) ในสภาพเช่นนั้น และได้ยินเสียงกล่าวคำตักบีรของท่าน พวกเขาต่างพากันร้องไห้คร่ำครวญดังระงมไปทั่ว ประหนึ่งว่าเมืองมัรว์ทั้งเมืองอยู่ในสภาพที่สั่นไหว เมื่อข่าวล่วงรู้ไปถึงหูของมะอ์มูน ฟัฎล์ บินซะฮัล ได้กล่าวกับมะอ์มูนว่า “หากอะลี อิบนิมูซา อัรริฎอ (อ.) ออกไปสู่สถานที่นมาซในสภาพเช่นนี้ ประชาชนจะเกิดความหลงใหลในตัวเขา และเราทั้งหมดจะต้องหวั่นเกรงต่อเลือดของเราเอง” ดังนั้นมะอ์มูนจึงออกคำสั่งให้ท่านอิมามริฎอ (อ.) เดินทางกลับ ท่านอิมามจึงได้เดินทางกลับ (อัลอิรชาด , เชคมุฟีด , เล่มที่ 2 , หน้าที่ 256 และ 257 )

เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่ได้กล่าวไปนั้นทำให้เราได้ประจักษ์ว่า ในด้านของการอิบาดะฮ์ต่างๆ ของท่านก็เช่นเดียวกัน ท่านอิมามริฎอ (อ.) พยายามที่จะฟื้นฟูซุนนะฮ์ (แบบฉบับ) ของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ซ็อลฯ) และท่านอมีรุ้ลมุอ์มินีน (อ.) ให้เป็นจริงขึ้นในสังคม เป็นประเด็นที่มีบทบาทที่สำคัญยิ่งในการกำหนดและอธิบายให้เห็นถึงสถานของชีอะฮ์และคำสอนต่างๆ ของอิสลาม